
ส่งออกม.ค.ดิ่งหนัก
เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น-กำลังซื้อหด ทำส่งออกไทยเดือน ม.ค.อาการหนัก เบื้องต้นติดลบกว่า 8%
เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้น-กำลังซื้อหด ทำส่งออกไทยเดือน ม.ค.อาการหนัก เบื้องต้นติดลบกว่า 8%
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานตัวเลขนำเข้าและส่งออกสินค้าไทยเดือน ม.ค. 2559 จากกรมศุลกากร เบื้องต้นพบว่าการส่งออกในเดือน ม.ค.ติดลบมากกว่า 8% แต่ไม่ถึง 9% ซึ่งเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558
แหล่งข่าวชี้แจงว่า สาเหตุมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว และระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกทรงตัวต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อทั่วโลกหดตัวต่อเนื่อง โดยสินค้าเกษตรติดลบมากกว่าสินค้าอุตสาหกรรม
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ประเมินว่า การรายงานตัวเลขการส่งออกของไทยในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เป็นประเด็นที่ต้องจับตาคือการส่งออกในเดือน ม.ค.จะหดตัว 6.5% เนื่องจากเศรษฐกิจคู่ค้าหลักทั้งญี่ปุ่นและจีนชะลอตัว
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ตัวเลขส่งออกที่ติดลบ 8% ถือว่าสูงกว่าที่คาดไว้ว่าจะติดลบ 7% สะท้อนว่าตลาดโลกไม่ดีขึ้น ซึ่งทางศูนย์จะรอดูตัวเลขส่งออกในเดือน ก.พ.อีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้หรือไม่
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า หากการส่งออกในเดือน ม.ค. ติดลบ 8% ก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย และถือว่าต่ำกว่าประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง
ที่การส่งออกในเดือนนี้ติดลบอย่างหนัก เช่น อินโดนีเซียติดลบ 20% จีนติดลบ 11.2% ญี่ปุ่นติดลบเกือบ 13% จึงประเมินว่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัว 0%
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ระบุว่า จากรายงานเรื่องดัชนีการล้มละลายของภาคธุรกิจ ซึ่งได้สำรวจบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ในต่างประเทศพบว่า แนวโน้มการล้มละลายในปี 2559 จะสูงถึง 65% เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มียอดล้มละลายของธุรกิจอยู่ที่ 40% สาเหตุหลักมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น ปิโตรเคมี บริษัทสำรวจและผลิตน้ำมันทั่วโลกมีโอกาสปิดกิจการถึง 35% ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น เหล็ก ปิดกิจการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายการส่งออกในปีนี้ว่าจะโต 5% มูลค่ารวม 225,750 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเฉลี่ยเดือนละ 18,812 ล้านเหรียญสหรัฐ







