
สุวิทย์เผยไทยเสนอเลื่อนถกพระวิหารเป็นปี54
สุวิทย์เผยก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ยืนยันเสนอให้เลื่อนพิจารณาแผนกัมพูชาไปเป็นปี 2554 ย้ำหากคณะกรรมการมรดกโลกไม่ฟังจะใช้มาตรการตอบโต้จากเบาไปหนักทันที
สุวิทย์เผยก่อนเข้าประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ยืนยันเสนอให้เลื่อนพิจารณาแผนกัมพูชาไปเป็นปี 2554 ย้ำหากคณะกรรมการมรดกโลกไม่ฟังจะใช้มาตรการตอบโต้จากเบาไปหนักทันที
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาของไทย ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนท์ทีวี ก่อนเข้าร่วมประชุมาคณะกรรมการมรดกโลก ยูเนสโก ณ กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล ซึ่งมีวาระในการพิจารณาแผนการจัดการพื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารที่กัมพูชาเสนอว่า คณะเจรจาของไทยยังคงยืนยันท่าทีเดิมคือการเสนอให้เลื่อนการพิจารณาแผนจัดการพื้นที่ของกัมพูชาออกไปเป็นปี2554
ทั้งนี้หากที่ประชุมยืนยันจะพิจารณาแผนดังกล่าว คณะผู้แทนไทยก็จะมีมาตรการตอบโต้เริ่มจากเบาไปหาหนัก คือ ไม่ยอมรับแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหาร และไม่ยอมรับรายงานสภาพการอนุรักษ์ที่กัมพูชาจะเสนอต่อที่ประชุม การออกแถลงการณ์ตำหนิและประณามการทำงานของฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการมรดกโลก รวมทั้งหากยังไม่เป็นผลผู้แทนไทยจะเดินออกจากที่ประชุม(วอล์คเอาท์) ทันที
"มาตรการตอบโต้ของคณะผู้แทนไทยขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องถอนตัวจากที่ประชุม หรือลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลกและสมาชิกภาคีอนุสัญญาฯทันที แต่จะใช้มาตรการตอบโต้เริ่มจากเบาไปหาหนัก"นายสุวิทย์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น นายสุวิทย์ได้เจรจานอกรอบกับ นาย ซกอาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เกี่ยวกับแผนบริหารการจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหาร โดยมีเอกอัครราชทูตบราซิลประจำยูเนสโกเป็นผู้ดำเนินการให้มีการเจรจา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยนายซกอาน แจ้งกับคณะฝ่ายไทยว่ายอมให้ทางการประเทศไทยมามากแล้ว และชี้แจงว่าแผนบริหารดังกล่าว ไม่ได้นำเขตแดนด้านทิศตะวันตกของปราสาทพระวิหารมาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่บริหารจัดการ
ขณะที่ คณะผู้แทนไทย แย้งว่าทางทิศตะวันออก(ด้านบันไดหัก) ยังไม่ได้มีการกันพื้นที่และยังมีกรณีพิพาทเรื่องเขตแดนอยู่ ดังนั้นประชาชนไทยคงรับไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเนื้อหาในเอกสารรายงานสภาพการอนุรักษ์ ซึ่งทางไทยรับไม่ได้ใน 2 ข้อ แต่ทางกัมพูชายืนยันว่าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เพราะกัมพูชามีโครงการต่างๆ ในพื้นที่และมีระยะดำเนินการ 2 ปี ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการเจรจาทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้
ด้าน นายอดุล วิเชียรเจริญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกของไทย และอดีตคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของประเทศไทยในเวทีมรดกโลกเสียเปรียบ และท่าทีของประเทศที่คัดค้านคณะกรรมการมรดกโลกด้วยการลาออกจากภาคีของคณะกรรมการมรดกโลก ถือเป็นวิธีการที่ถูกต้องและต้องทำ เพราะที่ผ่านมาคณะกรรมการมรดกโลกชุดนี้ มีลักษณะเกื้อกูลและเอาใจช่วยประเทศกัมพูชามาโดยตลอด ไม่เคยเข้าข้างประเทศไทย
"มาตรการของประเทศในการลาออกจากภาคีฯ เพื่อคัดค้านถือว่าถูกต้อง ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เสียอะไร การที่คณะกรรมการมรดกโลกจะโหวตให้ประเทศกัมพูชา ก็ถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของยูเนสโกที่ทำให้เรื่องของมรดกโลกกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ"นายอดุลกล่าว







