
นธป.รุ่น4เสนอแก้ร่างรธน.ฉบับมีชัย4ประเด็น
นธป.รุ่น4เสนอแก้ร่างรธน.ฉบับมีชัย4ประเด็น ค้านระบบเลือกตั้งสส.ใบเดียว หนุนคืนสิทธิประชาชนตามรธน.ปี50
นธป.รุ่น4เสนอแก้ร่างรธน.ฉบับมีชัย4ประเด็น ค้านระบบเลือกตั้งสส.ใบเดียว หนุนคืนสิทธิประชาชนตามรธน.ปี50
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานอบรมหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นธป.) รุ่นที่4 ได้แถลงเสนอความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ประเด็นที่1 สิทธิเสรีภาพ
มาตรา3 ควรแก้ไขเป็น "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม"
ควรนำมาตรา26-29ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550มาบัญญัติที่ระบุว่า "การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กรต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้โดยชัดแจ้ง โดยปริยายหรือโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐโดยตรงในการตรากฎหมาย การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง
บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิปละเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และเท่าที่จำเป็นและจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้"
ส่วนสิทธิชุมชนควรต้องรับรองในลักษณะที่ไม่น้อยกว่ารัฐธรรมนูญพ.ศ.2540หรือพ.ศ.2550 ด้วยกำหนดว่า "ชุมชนย่อมมีสิทธิปกป้อง ฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันดีงามของชุมชน ของท้องถิ่น และของชาติ และมีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพและทางวัฒนธรรมอย่างสมดุลและยั่งยืน
การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน ซึ่งต้องกระทำโดยอิสระ เป็นกลาง และตามหลักวิชาการและในกรณีที่มีการประเมินสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกันด้วย ตลอดจนจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วน/ด้เสรยก่อน รวมทั้งได้ให้คณะกรรมการอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการด้งกล่าว ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ"
ควรบัญญัติเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารให้ครอบคลุมเช่นเดียวกับหลักการของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 โดยควรปรับแก้เป็น "พนักงาน หรือ ลูกจ้างของเอกชน รวมทั้งข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ"
ประเด็นที่2 สถาบันการเมือง
การเลือกตั้งสส.ควรใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิเลือกผู้สมัครได้คนเดียว ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเสมอภาคกันทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังควรมีบัตรเลือกตั้งสองใบเพื่อคงสิทธิของประชาชนให้สามารถเลือกได้ทั้งพรรคและคน การมีบัตรใบเดียวถือเป็นการรอนสิทธิของประชาชนที่มีมาตั้งแต่ปี2540เป็นเวลาเกือบ20ปี ระบบการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวใช้แห่งเดียวในมลรัฐเล็กๆของเยอรมนี ไม่มีการใช้ในระดับประเทศในประเทศใดเลย เป็นระบบที่อาจให้ประโยชน์พรรคใหญ่ ทำลายพรรคกลางและพรรคเล็ก
ที่สำคัญควรให้ผู้สมัครเลือกตั้งสส.ต้องแสดงสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ย้อนหลังเป็นเวลา3ปีติดต่อกันต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งไม่มีรายได้ตามที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี เพื่อคัดคนที่สุจริตปฎิบัติตามกฎหมายให้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ส่วนเรื่องการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน3คนนั้น ไม่อาจเป็นจริงได้สำหรับพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งเสนอชื่อคนเดียวเป็นหลักและเป็นการเปิดโอกาสให้พรรคนอมีนีเสนอชื่อคนนอกที่ไม่ใช่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ส่วนสว.เห็นควรเพิ่มวาระการดำรงตำแหน่งเป็น6ปี และกำหนดให้ไม่สามารถเป็นติดต่อกันได้ รวมทั้งควรเพิ่มการจับฉลากออกครึ่งหนึ่งเมื่อครบกำหนด 3 ปีในวาระเริ่มแรก ตามหลักการของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550
ประเด็นที่3 ศาล
เห็นควรให้ศาลรัฐธรรมนูญไปอยู่ในหมวดของศาล เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา3 ซึ่งบัญญัติให้ "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ"
ส่วนการบัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสามารถวินิจฉัยไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นให้นำเรื่องนี้ไปไว้ในบททั่วไปของรัฐธรรมนูญและเปิดโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ดังที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวพ.ศ.2557
ประเด็นที่4 องค์กรอิสระ
มีข้อเสนอแนะให้เพิ่มเติมบทบัญญัติในมาตรา211 เพื่อคุ้มครองผู้ปฎิบัติหน้าที่ในองค์กรอิสระที่ทำโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรอิสระ
ในส่วนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นมีข้อเสนอให้ควรเพิ่มเติมบทบัญญัติที่กำหนดให้มีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญองค์กรอื่นๆ อีกทั้งควรเพิ่มเติมการเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอีกด้วย







