posttoday
วิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษ

วิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษ

16 กุมภาพันธ์ 2559

วิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษมีพัฒนาการรวดเร็วมาก ทั้งการขยายตัวเชิงปริมาณ และการตอบสนองการแก้ปัญหาสังคม

วิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษมีพัฒนาการรวดเร็วมาก ทั้งการขยายตัวเชิงปริมาณ และการตอบสนองการแก้ปัญหาสังคม

ในปี พ.ศ. 2546 มีวิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษ 5,300 แห่ง แต่เมื่อถึงปี พ.ศ. 2557 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 7 หมื่นแห่ง โดยมีสถิติต่างๆ ที่สะท้อนทั้งคุณภาพและการแก้ปัญหาสังคมที่น่าสนใจ ดังนี้

ร้อยละ 70 ทำกิจการอยู่ในเขตยากจนของประเทศ

ร้อยละ 52 จ้างพนักงานจากกลุ่มคนที่ด้อยโอกาส เช่น คนตกงาน คนพิการ ชนกลุ่มน้อย

ร้อยละ 91 มีผู้หญิงอยู่ในทีมผู้นำของกิจการ

ร้อยละ 33 ของทีมผู้นำในกิจการ เป็นคนผิวดำ หรือคนเอเชีย หรือชนกลุ่มน้อย

(กลุ่ม BAME : Black, Asian, and Minority Ethnic) เทียบกับในธุรกิจทั่วไปจะมีคนในกลุ่มนี้เพียงร้อยละ 11

1 ใน 4 ของกิจการดำเนินการโดยคนหนุ่มสาวอายุ 25-44 ปี

ร้อยละ 38 มียอดขายเพิ่ม เทียบกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มียอดขายเพิ่มเพียงร้อยละ 29

ร้อยละ 63 มีผลิตผลเพิ่ม อัตราดังกล่าวเป็นเกือบ 2 เท่าของธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ซึ่งเพิ่มเพียงร้อยละ 37

ในจำนวน 7 หมื่นกิจการ มี 1.8 หมื่นกิจการ ที่มียอดขายมากกว่า 50 ล้านบาท

มูลค่าของผลผลิตจากกิจการเพื่อสังคมในอังกฤษปี 2557 สูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท เท่ากับประมาณร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP)

วิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษ มีพัฒนาการมายาวนาน โรงเรียนสำหรับผู้ประกอบการสังคม (School for Social Entrepreneurs : SSE) ในอังกฤษ ได้สรุปประวัติความเป็นมาของการทำกิจการเพื่อสังคมไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

พ.ศ. 2258 การตั้งสมาคมคนทอผ้า (The Society of Weavers) ในเมืองเฟนวิค (Fenwick) ซึ่งนับเป็นสหกรณ์แห่งแรก โดยเริ่มจากกลุ่มคนงานทอผ้าในสกอตแลนด์ รวมตัวกันตั้งเป็นสมาคม แบ่งปันผลกำไรเท่ากัน นับเป็นการริเริ่มระบบสหกรณ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก

พ.ศ. 2298 การก่อตั้งสมาคมก่อสร้างในเคทลีย์ ในเมืองเบอร์มิงแฮม โดยสโมสรเล็กๆ ของริชาร์ด เคทลีย์ ได้รวบรวมเงินจากสมาชิกที่มีกิจการก่อสร้าง ก่อตั้งสมาคมก่อสร้างแห่งแรกของโลกขึ้น

พ.ศ. 2343 การก่อตั้งโรงงานของโรเบิร์ต โอเวน ที่นิวลานาร์ค มีการพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของคนงาน และตั้งโรงเรียนให้ลูกหลานคนงานได้เรียนฟรี

พ.ศ. 2397 แมรี ซีโคล (Mary Seacole) ก่อตั้ง “บริติช โฮเต็ล” (British Hotel) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสำหรับทหารอังกฤษที่บาดเจ็บที่ไครเมีย โดยก่อตั้งที่แนวหลัง และ ณ ที่นี้เอง ที่ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ได้ริเริ่มระบบการพยาบาลขึ้นครั้งแรกในโลก

พ.ศ. 2407 เปิดโรงงานห้างหุ้นส่วนจอห์นลิวอิส ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกของโลกที่คนงานเป็นเจ้าของในอังกฤษ โดยคนงานทุกคนมีสิทธิมีเสียงและมีส่วนได้รับผลกำไรของบริษัท

พ.ศ. 2447 เปิดวงดนตรีลอนดอนซิมโฟนีออเคสตรา ในรูปของสหกรณ์ที่มีการแบ่งปันผลกำไรแห่งแรกในอังกฤษ วงดนตรีวงนี้มีชื่อเสียงและดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2491 เริ่มระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service : NHS) นับเป็นกิจการบริการสุขภาพที่รัฐให้ทุนสนับสนุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดำเนินการหลังพรรคแรงงานชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายพลิกความคาดหมายอย่างมาก เพราะสองเดือนก่อนการเลือกตั้งช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 วินสตัน เชอร์ชิล วีรบุรุษสงครามมีคะแนนนิยมสูงสุดถึงร้อยละ 83 แต่พ่ายแพ้ต่อนโยบายปฏิรูปสวัสดิการสังคมของพรรคแรงงาน

พ.ศ. 2504 ปีเตอร์ เบนสัน ก่อตั้งองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากบทความในหนังสือพิมพ์เรื่อง “นักโทษที่ถูกลืม” (The Forgotten Prisoners) องค์กรแห่งนี้ปัจจุบันมีสมาชิก 3 ล้านคน ดำเนินกิจการใน 150 ประเทศทั่วโลก

พ.ศ. 2512 ไมเคิล ยัง ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยเปิด” นับถึงปี 2557 มีนักศึกษาได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถึง 1.5 ล้านคน ไมเคิล ยัง ได้ก่อตั้งโรงเรียนสำหรับผู้ประกอบการสังคมในปี 2540

พ.ศ. 2526 มูฮัมหมัด ยูนุส ก่อตั้งธนาคารกรามีนในบังกลาเทศ ให้เงินกู้ขนาดจิ๋ว (Microfinance) แก่คนยากจน โดยไม่ต้องมีทรัพย์สินค้ำประกัน ยูนุสได้รับรางวัลโนเบลในปี 2549

พ.ศ. 2534 กอร์ดอน รอดดิค กับ จอห์น เบิร์ด ออกนิตยสาร “บิ๊กอิชชิว” หนังสือพิมพ์เพื่อคนไร้บ้าน เป็นหนังสือพิมพ์ “ข้างถนน” ที่มีชื่อเสียง ปัจจุบันมีจำหน่ายใน 9 ประเทศ ใน 4 ทวีป

พ.ศ. 2536 กิจการ “แคมเฟด” (Camfed) ริเริ่มโดยแอนน์ คอตตอน ช่วยเหลือคนยากจนในชนบทแอฟริกา โดยช่วยให้เด็กผู้หญิงได้เรียนหนังสือ ปัจจุบันช่วยเด็กไปแล้วกว่า 3 ล้านคน

พ.ศ. 2544 เปิดกิจการ “โครงการอีเดน” (Eden Project) หนึ่งในวิสาหกิจเพื่อสังคมรุ่นแรกที่ได้รับ “เครื่องหมายวิสาหกิจเพื่อสังคม” (Social Enterprise Mark : SE Mark) ในอังกฤษ กิจการนี้นำผลกำไรจากธุรกิจท่องเที่ยวในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมในโครงการเพื่อการศึกษาและรักษาสิ่งแวดล้อม

พ.ศ. 2545 เจมี โอลิเวอร์ เชฟชื่อดังของอังกฤษ เปิดกิจการร้านอาหารฟิฟทีน เพื่อฝึกเยาวชนที่ด้อยโอกาส จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ปีเดียวกันนี้ รัฐบาลอังกฤษกำหนดนิยามอย่างเป็นทางการของวิสาหกิจเพื่อสังคมว่า หมายถึง “ธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสังคม โดยนำผลกำไรส่วนใหญ่ไปลงทุนเพิ่มเพื่อวัตถุประสงค์นั้น” (A business with primarily social objectives whose surpluses are principally reinvest for that purpose)

พ.ศ. 2549 เริ่มกิจการ “แกงส์จูเนียร์สมาร์ท เอสโอเอส” (Junior Smart, SOS Gangs : Junior’ s SOS) นำวัยรุ่นที่เคยร่วมในแก๊งอาชญากรรมมาตั้งเป็นทีม ใช้ประสบการณ์ของวัยรุ่นที่เคยก่ออาชญากรรมให้คำแนะนำ และช่วยเหลือวัยรุ่นให้เกิดแรงบันดาลใจจากภายในให้สามารถหลุดพ้นไปจากแก๊งให้ได้

พ.ศ. 2554 ตั้งกิจการช่วยคนเลิกเหล้า“จ๊าคกี้ จอห์นสัน-ลินซ์, เดอะบริ๊งค์” (Jacquie Johnson-Lynch, The Brink) ในเมืองลิเวอร์พูล เป็นบาร์ที่ไม่มีเหล้า (Dry bar) ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพคนที่เคยติดเหล้าโดยหางานให้ทำ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างน้อยนิดของวิสาหกิจเพื่อสังคมในอังกฤษ ซึ่งจะได้ขยายความกิจการบางแห่งเพื่อให้เห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของวิสาหกิจเพื่อสังคมได้ชัดเจนขึ้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน