posttoday
ข้อสังเกตเกี่ยวกับ การบริหารจัดการน้ำของไทย

ข้อสังเกตเกี่ยวกับ การบริหารจัดการน้ำของไทย

12 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...นุชพนิต นาคพิทักษ์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

โดย...นุชพนิต นาคพิทักษ์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

คนไทยมักคิดว่า ประเทศไทยมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์มาก แต่ความคิดนี้ไม่ถูกต้องนัก ประเทศไทยมีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยต่อหัวต่อปีประมาณ 3,000 ลบ.ม. (ลูกบาศก์เมตร) แม้ไม่น้อยกว่าปริมาณค่าเฉลี่ยของโลก แต่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

ประเทศไทยมีพื้นที่ชลประทานประมาณ 30 ล้านไร่ เป็น 1 ใน 10 ประเทศ ที่มีพื้นที่ชลประทานมากที่สุดในโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยมีน้ำเหลือเฟือ การมองในภาพรวมเช่นนี้อาจจะไม่ถูกต้องนักสำหรับการสร้างนโยบายสาธารณะที่ดีด้านทรัพยากรน้ำ เพราะทรัพยากรน้ำของประเทศไทยอาศัยฝนเป็นหลัก

และแต่ละพื้นที่แต่ละลุ่มน้ำมีปริมาณน้ำฝนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นการพิจารณาปัญหาการจัดการน้ำจึงต้องมองเป็นแต่ละลุ่มน้ำไป

ประเทศไทยมีลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำหลัก ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำและต้นทุนน้ำต่างกัน ลุ่มน้ำที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง เช่น ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำในภาคตะวันออก จะมีความขาดแคลนน้ำมากกว่าลุ่มน้ำอื่นๆ ทำให้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาต้องพึ่งพิงการผันน้ำจากแม่กลองมาเติม

ถึงแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายเกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำหลายฉบับ แต่การบริหารจัดการน้ำของไทยยังมีช่องโหว่ ส่วนใหญ่แล้วยังเป็นการบริหารจากบนลงล่าง ขาดเอกภาพและขาดกติกาที่ชัดเจน

นอกจากนี้แล้ว ประเด็นสำคัญอีกประเด็นหนึ่ง คือ การจัดสรรทรัพยากรน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้ระบบการเข้าถึงได้โดยเสรีแล้ว ยังเป็นแบบใครมือยาวสาวได้สาวเอา (Open Access) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร

ในปัจจุบันทรัพยากรน้ำในประเทศไทยประสบกับ 3 ปัญหาหลัก มีน้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำ

ผลจากการขยายตัวของภาคเศรษฐกิจต่างๆ และการขยายตัวของเมืองก่อให้เกิดความต้องการน้ำในปริมาณมากขึ้น และในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้ำประเภทต่างๆ มากขึ้น เช่น ความขัดแย้งระหว่างผู้ใช้น้ำที่อยู่ต้นน้ำกับปลายน้ำ ระหว่างการผลิตทางภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม หรือระหว่างการผลิตในภาคเกษตรด้วยกัน

ตัวอย่างสำคัญของการใช้น้ำมากกว่าปริมาณน้ำท่าที่มีอยู่จริง ได้แก่ การดำเนินโครงการ Eastern Seaboard ในภาคตะวันออกของประเทศไทย เมื่อเริ่มโครงการมิได้มีการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับศักยภาพของภาคตะวันออกของประเทศไทยว่ามีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่ ตัดสินใจดำเนินโครงการไป เพราะคำนึงถึงความสะดวกในการขนส่งสินค้าเป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพราะภาคตะวันออกมีข้อจำกัดทางด้านทรัพยากรน้ำไม่เหมือนภาคตะวันตกและภาคเหนือของประเทศซึ่งมีศักยภาพด้านน้ำมากกว่า

ตัวอย่างสำคัญของความขัดแย้งจากการแย่งน้ำ คือ การที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ดึงน้ำปริมาณมากไปใช้จากแหล่งน้ำในพื้นที่ ทำให้เกษตรกรไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก ประชาชนผู้เดือดร้อนจึงรวมกลุ่มกันออกมาเคลื่อนไหว จนกลายเป็น “เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก” ซึ่งเป็นกลุ่มประชาชนผู้เรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องการจัดสรรน้ำ

นอกจากนี้ ประเทศไทยปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วม ได้แก่ สภาพต้นน้ำลำธารอยู่ในสภาพที่มีพื้นที่ป่าค่อนข้างจำกัด การดูดซับน้ำหลากไม่พอ เนื่องจากมีการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการก่อสร้างสิ่งกีดขวาง และลดขนาดทางระบายน้ำ นอกจากนี้ไทยยังไม่มีการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบ

ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่ท้ายน้ำของตัวเมืองบางแห่ง มีความลาดชันน้อย และบางแห่งได้รับอิทธิพลจากการน้ำทะเลหนุน และบางแห่งมีการตื้นเขินของแม่น้ำลำคลองด้วย

สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้อย่างจำกัด

นอกจากนี้ จากสถิติข้อมูลความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมตั้งแต่ปี 2534-2554 พบว่า ความเสียหายจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2534 มีความเสียหายแค่ 4,500 ล้านบาท ปี 2538-2539 มีความเสียหายครั้งใหญ่ประมาณ 7,000 ล้านบาท

ทว่า นับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ความเสียหายทวีความรุนแรงขึ้น โดยน้ำท่วมในปี 2543 เกิดความเสียหาย 1 หมื่นล้านบาท ปี 2545 เสียหาย 1.8 หมื่นล้านบาท ล่าสุดปี 2553 มีความเสียหายกระจายไปทั่วประเทศครอบคลุมหลายกลุ่มอุตสาหกรรมถึง 1.6 หมื่นล้านบาท

ล่าสุด ในปี 2554 ธนาคารโลกประเมินว่าความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่และยาวนานในประเทศไทยกว่า 1.4 แสนล้านบาท

ฉบับหน้าเรามาดูว่า แล้วการจัดการภาครัฐในการจัดการปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยแล้งเป็นอย่างไร มีปัญหาตรงไหนในการจัดการ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน