
ขรก.ไทยขยันแต่ธรรมภิบาลไม่กระเตื้อง
รัฐบาลฟุ้งศักยภาพข้าราชการไทยติดลำดับ13จาก181 ประเทศ แต่หลักธรรมาภิบาลไม่กระเตื้อง
รัฐบาลฟุ้งศักยภาพข้าราชการไทยติดลำดับ13จาก181 ประเทศ แต่หลักธรรมาภิบาลไม่กระเตื้อง
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบรายงานการพัฒนาระบบราชการไทยประจำปี 2552 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอ เพื่อนำเสนอรัฐสภาต่อไป
ทั้งนี้ กพร.รายงานว่า สมรรถนะในการแข่งขันของระบบราชการไทยเชิงเปรียบเทียบในปี พ.ศ.2552 ในส่วนความเป็นประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 13 จาก 181
ส่วนดัชนีชี้สภาวะธรรมมาภิบาลของไทยตามเกณฑ์ธนาคารโลก พบว่า ค่าดัชนีชี้วัดสภาวะธรรมาภิบาล โดยรวมของประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่ม Percentile Rank เดิม กล่าวคือ ยังเป็นประเทศที่อยู่ในกลุ่ม Percentile Rank ที่ 50-57 เช่นเดียวกับปีก่อน
อันดับความสามารถในการแข่งขันในประเทศไทย พบว่า ปัจจัยหลักกลุ่มประสิทธิภาพภาครัฐมีอันดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักกลุ่มประสิทธิภาพภาคธุรกิจทรงตัวในอันดับเดิม
ส่วนปัจจัยหลักกลุ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานแม้อันดับจะมีแนวโน้มลดลงแต่ยังรักษาอันดับในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าปี 2550 และความพร้อมในการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ปี 2552 จำนวน 184 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 76
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบราชการไทย พบว่า ผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการจากการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองฯ ประจำปี 2552 ปรากฎว่า ส่วนราชการมีคะแนนเฉลี่ยที่สูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด โดยส่วนราชการจำนวนหนึ่งมีคะแนนผลการปฏิบัติราชการเฉลี่ยสูงกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้มาก ในส่วนของจังหวัดยังมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเป้าหมายเล็กน้อย.







