
แค่ประกันไม่พอ
หลังจากเริ่มทดลองใช้ระบบประกันราคากับสินค้าข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด ไปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้กระแสเรื่องประกันราคาพืชผลดูเหมือนจะลดความร้อนแรงลงไปมาก เพราะประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง เกษตรกรประกอบอาชีพได้ไม่เต็มที่ เลยไม่มีปัญหาผลผลิตล้นตลาด มีแต่ปัญหาผลผลิตขาดตลาดเข้ามาแทน
ทว่า ภาวะดินฟ้าอากาศทุกวันนี้แปรปรวนไม่แน่ไม่นอนอยู่ตลอดเวลา การวางแผนให้ครอบคลุมทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้าและระยะยาวจึงจำเป็น โดยเฉพาะการใช้ระบบประกันราคาพืชผลเกษตร เห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์ที่จะเสนอให้รัฐบาลอนุมัติเป็นโครงการถาวร ใช้ในการดูแลสินค้าเกษตรทุกตัว
ไหนๆ ทุกรัฐบาลก็หนีไม่พ้นใช้นโยบายประชานิยม ก็ควรทำให้เกิดความเป็นธรรมกับเกษตรกรทุกกลุ่ม จะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม ช่วยสร้างความมั่นใจในการประกอบอาชีพให้เกษตรกร
เหมือนอย่างที่กลุ่มอุตสาหกรรมเองก็ชอบออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เพราะมีผลโดยตรงต่อการกำหนดทิศทางของธุรกิจ
เกษตรกรก็เช่นเดียวกัน ต้องการความมั่นใจเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะปลูกพืชชนิดไหนในแต่ละฤดูกาล จะได้ไม่ต้องเสี่ยงมาก
การมีนโยบายที่ชัดเจนยังช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะกระจายการปลูกพืชไปสู่ชนิดอื่น แทนที่จะเกาะกลุ่มปลูกแต่พืชเดิมๆ ที่ล้นตลาดแล้วล้นตลาดอีก เพราะมั่นใจถึงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องหางบเข้ามาแทรกแซงราคาเพื่อป้องกันม็อบเกษตรกรชุมนุมกดดัน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่รัฐบาลต้องทำควบคู่กันไปด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของนโยบาย คือ การกำหนดพื้นที่หรือการจัดโซนนิงให้ชัด พื้นที่ไหนควรปลูกพืชชนิดใด หรือทำการเกษตรแบบไหนที่จะสามารถลดความเสี่ยงจากการสูญเสียได้มากที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นภาระในการอัดฉีดงบประมาณจากรัฐเข้าไปดูแลมากเกินจำเป็น
ที่ผ่านมา การแบ่งโซนทำการเกษตรพูดกันมาหลายสิบปี แผนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ทำเสร็จไปนานสองนาน มีทั้งแผนฉบับดั้งเดิม แผนปรับปรุงแล้วปรับปรุงอีก แต่กลับไม่เคยนำออกมาประกาศใช้ ทำได้ก็แค่การรณรงค์ ขอความร่วมมือ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ยินยอมให้ความร่วมมือก็ด้วยเหตุผลไม่มีหลักประกันแน่ชัด
ดังนั้น เมื่อกระทรวงพาณิชย์จะเป็นตัวตั้งตัวตีผลักดันให้ใช้นโยบายประกันราคาพืชผลแบบถาวรก็ควรจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันจัดโซนนิง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน ใครอยากได้พืชประเภทไหนไปใช้ ส่งเสริมให้ตรงจุด มีระบบประกันรองรับ
อย่าดีแต่ตั้งโจทย์ขึ้นมาเพื่อหวังกวาดงบต่อยอดทางการเมือง ควรคำนึงถึงเกษตรกรกันให้มาก ใส่ใจด้วยความจริงใจ โกงกินกันให้น้อยลง เพื่อเกษตรกรไทยจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น







