
ศึกชิงเขาพระวิหารระอุ พันธมิตรฯ ประณาม 'ยูเนสโก-เขมร'
8...ทีมข่าวในประเทศ
ปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารระหว่างไทยกัมพูชาเริ่มส่งสัญญาณระอุเดือดขึ้นมาอีกระลอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้ถึงวันที่คณะกรรมการมรดกโลกเตรียมโยนประเด็นนี้เข้าถกในเวทีประชุมระดับโลกที่ประเทศบราซิล
ขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านกัมพูชาในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กลุ่มสันติอโศก และประชาชนทั่วไป นัดรวมตัวกันยื่นหนังสือต่อองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำประเทศไทย เพื่อคัดค้านการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก
พล.ต.จำลอง กล่าวปราศรัยว่า หากกัมพูชายื่นแผนจัดการพื้นที่สำเร็จ ไทยจะต้องสูญเสียดินแดนกว่า 1.8 ล้านไร่ โดยพื้นที่ครึ่งหนึ่งมีผลประโยชน์ทางทะเลมหาศาลมาเกี่ยวข้อง ดังนั้น พธม. จะเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างถึงที่สุด
ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิชาการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ประสานงานภาคีเครือข่ายผู้ผลิตผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทพระวิหาร กล่าวว่า กลุ่มผู้คัดค้านเคยเรียกร้องไม่ให้ สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุม เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับแผนที่ฝรั่งเศส และเชื่อว่าคณะทำงานของสุวิทย์จะไม่สามารถต่อรองได้สำเร็จ
ทั้งนี้ กลุ่มผู้คัดค้านได้ออกแถลงการณ์ประณามการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของยูเนสโกและกัมพูชาว่า เป็นพฤติกรรมที่น่าละอาย
แถลงการณ์ระบุว่า การใช้แผนที่กำหนดขอบเขตพื้นที่บริหารจัดการในมาตราส่วน 1 ต่อ 2 แสน ที่กัมพูชาเสนอนั้น เป็นแผนที่ที่ประเทศไทยไม่เคยรับรอง และไม่เคยผ่านกระบวนการกฎหมายของไทย จึงขอให้ยูเนสโกยึดหลักการความสงบสุขและสันติภาพ โดยไม่แทรกแซงวิถีการอยู่ร่วมกันในรัฐภาคี เพราะการผลักดันของยูเนสโกทำให้เกิดความขัดแย้งและเกิดการสู้รบของทั้งสองฝ่าย
“
ประชาชนไทยร้องขอต่อยูเนสโกมาอย่างน้อย 4 ครั้งแล้วในเวลา 2 ปี และยูเนสโกไม่เคยแม้แต่จะแยแส หรือให้คำตอบอย่างใดต่อประชาชนไทย นี่หรือหลักการแห่งความสงบสุข สันติ และส่งเสริมการใช้เหตุผลของส่วนรวมจนถึงระดับปัจเจกบุคคล” แถลงการณ์ ระบุด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังกลุ่ม พธม. เข้าหารือว่า แม้ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกัน แต่มีเจตนาเดียวกันที่จะรักษาอธิปไตย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า จะดำเนินการตามกรอบของคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อรักษาสิทธิของไทยทุกขั้นตอน โดยจะประเมินอีกครั้งในช่วงค่ำของวันที่ 28 ก.ค.
“
ถ้ามติของคณะกรรมการมรดกโลกดึงดันในลักษณะที่กระทบกระเทือนกับเรา เราจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ยอมรับ และหากมีการพยายามบริหารจัดการพื้นที่โดยล่วงล้ำอธิปไตย เราจะไม่ให้ความร่วมมือ” อภิสิทธิ์ กล่าวอย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากสถานการณ์เดินมาถึงจุดเลวร้าย อาจต้องพิจารณาว่าไทยจะส่งกองกำลังไปตรึงพื้นที่หรือไม่ โดยสภาพปัจจุบันทั้งสองฝ่ายพยายามแสดงสิทธิของตัวเอง แต่ก็หลีกเลี่ยงที่จะปะทะกันไม่ได้
วันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวไทยอาเซียน นิวส์ เน็ตเวิร์ก รายงานอ้างแหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศของไทย ระบุว่า คณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่ประเทศบราซิล ได้ยื่นประท้วงแผนการจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารอย่างเป็นทางการแล้ว โดยแหล่งข่าวอ้างด้วยว่า ประเทศไทยยังปฏิเสธไม่ยอมรับคณะกรรมการร่วม 7 ประเทศที่ตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว และไทยยังจะไม่เข้าร่วมในคณะกรรรมการร่วมดังกล่าวอีกด้วย
ขณะที่บรรยากาศตามแนวตะเข็บชายแดนไทยกัมพูชา นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปเที่ยวนครวัด นครธม ต่างทยอยเดินทางกลับ เพราะเกรงว่าสถานการณ์จะเกิดความตึงเครียด และหากชายแดนถูกปิดอาจเกิดปัญหาในการเดินทางกลับเข้าไทย







