
ไม่ธรรมดา
ในที่สุดนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบ ราซัค ก็รอดพ้นจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่นว่ายักยอกเงินกองทุน 1MDB ไปตามคาด
ในที่สุดนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นาจิบ ราซัค ก็รอดพ้นจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่นว่ายักยอกเงินกองทุน 1MDB ไปตามคาด
อัยการสูงสุดมาเลเซีย โมฮัมเหม็ด อาปันดี อาลี ซึ่งเป็นคนที่นาจิบแต่งตั้ง หลังจากที่อัยการสูงสุดคนก่อนลาออกไปในช่วงแรกๆ ที่เกิดเรื่องฉาวนี้ ออกมาชี้แจงเมื่อวันอังคารว่าเงินปริศนา 681 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.47 หมื่นล้านบาท ที่ไปโผล่อยู่ในบัญชีส่วนตัวของนาจิบ เป็น “เงินบริจาคจากราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย”
กรณีนี้จึงเป็นเหมือนการให้ของขวัญกันธรรมดา ทำให้นาจิบพ้นข้อกล่าวหายักยอกเงินกองทุนดังกล่าวมาได้
ทว่าแม้จะพ้นข้อกล่าวหาแรกมาได้ ก็ใช่ว่าผู้นำมาเลเซียจะรอดพ้นมรสุมได้จริงๆ และคำถามแรกก็คือ ทำไมราชวงศ์ซาอุฯ จะต้องบริจาคเงินให้ผู้นำประเทศอื่นเป็นการส่วนตัว 2 หมื่นล้านบาท
ในเรื่องนี้ บีบีซี ได้ไปสัมภาษณ์แหล่งข่าวซาอุฯ ที่เกี่ยวข้องได้ความว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคตรงมาจากกษัตริย์อับดุลเลาะห์ หรือกษัตริย์พระองค์ก่อนแห่งซาอุดิอาระเบีย ที่สวรรคตไปแล้วเมื่อต้นปี 2015 ที่ผ่านมา
เงินดังกล่าวถูกตีความกว้างๆ ว่าเป็นของขวัญที่ให้เป็นการส่วนตัว แต่ที่จริงก็คือเป็นการสนับสนุนให้นาจิบ ชนะการเลือกตั้งในปี 2013 เพื่อหวังผล “ด้านนโยบาย” ให้ช่วยจัดการควบคุมการขยายตัวของกลุ่ม “ภราดรภาพมุสลิม” ในมาเลเซีย
หากยังจำกันได้ ชื่อนี้เคยโด่งดังเป็นข่าวในอียิปต์มาก่อน เพราะ โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ผู้นำของกลุ่มนี้เคยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายมาในช่วงปี 2012 ก่อนที่จะถูกประท้วงขับไล่ในเวลาต่อมา จนมีการฆ่าล้างกันระหว่างคน 2 ฝ่าย เสียชีวิตไปกว่า 600 คน จนทำให้ประธานาธิบดีกลายเป็นนักโทษและกลุ่มนี้ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้ายตามมา
แต่ก่อนที่กลุ่มนี้จะถูกโค่นอำนาจลง มีรายงานว่าทางซาอุฯ ไม่สบายใจกับการขยายวงไปในหลายประเทศของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม โดยเฉพาะในมาเลเซีย ที่พรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (พรรคปาส) มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ยิ่งคะแนนเสียงของพรรครัฐบาลอย่าง อัมโน แย่ลงมาตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งก่อน ก็ยิ่งทำให้ซาอุฯ ไม่สบายใจกับการเลือกตั้งปี 2013
แม้อัยการสูงสุดจะยืนยันว่านาจิบไม่ได้ทำผิดคดีอาญาใดๆ และจะสั่งให้สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติปิดคดีนี้ แต่ล่าสุดเริ่มมีเสียงจาก ป.ป.ช.มาเลเซีย จะเรียกร้องให้มีการรื้อเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะยังคาใจอยู่ ตราบใดที่ยังไม่มีคำอธิบายจากซาอุฯ อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็มีเสียงแสดงความไม่พอใจจากคนส่วนหนึ่งในประเทศด้วย เพราะกลุ่มภราดรภาพมุสลิมไม่ได้ถูกบัญญัติให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายสากลเหมือนกับไอเอส การรับเงินมาเพื่อจัดการกับกลุ่มนี้จึงทำให้เกิดข้อกังขาในประเทศเช่นเดียวกัน







