posttoday
หมดที่พึ่ง

หมดที่พึ่ง

28 มกราคม 2559

กระแสความนิยมตุ๊กตาลูกเทพเริ่มมาจากในหมู่ดาราและคนบางกลุ่ม แต่ปัจจุบันความคลั่งไคล้ลูกเทพของคนไทยโด่งดังเป็นข่าวระดับโลก เมื่อซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างคนไทยที่เลี้ยงเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดโชคลาภ ชีวิตอยู่ดีมีสุข ถึงขั้นช่วยให้ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่

กระแสความนิยมตุ๊กตาลูกเทพเริ่มมาจากในหมู่ดาราและคนบางกลุ่ม แต่ปัจจุบันความคลั่งไคล้ลูกเทพของคนไทยโด่งดังเป็นข่าวระดับโลก เมื่อซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างคนไทยที่เลี้ยงเชื่อว่าจะช่วยให้เกิดโชคลาภ ชีวิตอยู่ดีมีสุข ถึงขั้นช่วยให้ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่

ประเด็นตุ๊กตาลูกเทพ แม้จะเป็นเรื่องความเชื่อเรื่องโชคลาง เป็นไสยศาสตร์ที่ยกระดับจากกุมารทองซึ่งถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เมื่อผู้นิยมตุ๊กตาลูกเทพนำออกไปเลี้ยงทางสาธารณะเสมือนลูกในครอบครัว ด้วยการพาไปกินข้าว พาไปเที่ยว ขึ้นเครื่องบิน กระทั่งกลุ่มธุรกิจตักตวงหาผลประโยชน์จากกระแสนี้ ไม่ว่าสายการบิน ขนส่ง ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา เนิร์สเซอรี่ ทำให้ตุ๊กตาประเภทนี้ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันที่ทุกคนมีโอกาสเจอตุ๊กตาลูกเทพในที่สาธารณะ ซึ่งมีหน้าตาน่ากลัว อีกทั้งคนเลี้ยงจะพูดคุยกับตุ๊กตาที่ปลุกเสกทางไสยศาสตร์ จึงเสมือนหนึ่งสร้างให้เป็นวิญญาณ ภูตผีในร่างตุ๊กตา

เสียงวิจารณ์การเลี้ยงลูกเทพเริ่มดังขึ้น และมองว่าสังคมนี้กำลังป่วย วิปริต ผิดเพี้ยน พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ระบุว่า ถ้าเลี้ยงลูกเทพแล้วทำให้รวย ทำไมคนขายไม่เอาไปเลี้ยงบ้าง แต่ก็เชื่อว่าอีกไม่นานลูกเทพก็จะเป็นขยะศรัทธา เพราะคนจะเลิกนิยม เหมือนอย่างครั้งหนึ่งที่เคยเช่าจตุคามรามเทพแล้วก็เอาไปทิ้งเกลื่อนกลาด ของพวกนี้เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป 

ความจริงแล้วคนไทยนับถือเครื่องรางของคลังมาช้านาน สารพัดรูปแบบแตกต่างกัน ตั้งแต่ลูกกรอก ควายธนู ตะกรุด ผ้ายันต์ รักยม กุมารทอง ราหูอมจันทร์ แหวนพิรอด นางกวัก ฯลฯ ใช้ในพิธีกรรม และบนความเชื่อต่างๆ โดยเฉพาะการอยู่ยงคงกระพัน อยู่รอดปลอดภัย แต่หลายครั้งก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครื่องราง หรือเครื่องบูชาทั้งหลาย หากแต่อยู่ที่การกระทำของตัวเองตามหลักของศาสนาพุทธที่สอนให้เราพึ่งตัวเอง ประกอบคุณงามความดี ทำสิ่งใดได้สิ่งนั้น มีธรรมเป็นที่พึ่ง  อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่ยึดเหนี่ยว

ปรากฏการณ์ตุ๊กตาลูกเทพ สะท้อนภาวะสังคมขาดที่พึ่งทางใจ ไร้ที่พึ่ง ดังที่กรมสุขภาพจิต ระบุว่า สังคมต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวเพื่อเติมเต็มความต้องการบางอย่างในชีวิต อีกทั้ง คนไทยเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ทั้งที่ควรใช้คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง

ที่หนักกว่านั้น ขณะที่สังคมส่วนหนึ่งกำลังขาดที่พึ่งทางใจ แทนที่วงการสงฆ์จะเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้รณรงค์ หรือสอนให้คนเลิกงมงาย แต่ปรากฏว่าบางวัดยังคงหาประโยชน์จากการปลุกเสกลงอักขระ เจิมหน้า เจิมปาก และลงอักขระให้กับตุ๊กตาลูกเทพ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ทำหน้าที่กำกับหรือออกคำเตือนวัดให้เลิกสร้างสิ่งมอมเมาประชาชน 

แม้สังคมปัจจุบันก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยีทันสมัย วิทยาศาสตร์เข้ามาทลายความเชื่อหลายอย่าง แต่คนจำนวนไม่น้อยก็ยังคงยึดมั่นบูชาเครื่องราง วัตถุประหลาด  ยิ่งแปลกมากเท่าไร ก็ยิ่งสะท้อนความล้มเหลวของกลไกสร้างความเจริญทางจิตใจในสังคมนี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI