posttoday
ความขัดแย้ง และ ความปรองดอง

ความขัดแย้ง และ ความปรองดอง

28 มกราคม 2559

เวลานี้ไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องความปรองดอง นายกรัฐมนตรีก็พูดถึงความปรองดองในระหว่างการแถลงผลงาน 1 ปีของรัฐบาล

โดย...ภุมรัตน  ทักษาดิพงศ์

เวลานี้ไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึงเรื่องความปรองดอง นายกรัฐมนตรีก็พูดถึงความปรองดองในระหว่างการแถลงผลงาน 1 ปีของรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ต่างก็เสนอแนวทางการปรองดองสมานฉันท์ของคนในประเทศ โดยฝ่ายแรกเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุข

ในขณะที่ กมธ.การเมืองของ สปท.ทั้งคณะกำลังพิจารณาเรื่องความขัดแย้งและความปรองดอง ก่อนหน้านี้เคยมีการศึกษาเรื่องการปรองดองของคนในชาติมาก่อน โดยเฉพาะ “คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ” ที่มี ศ.คณิต ณ นคร เป็นประธาน ได้ทำรายงานและมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของวุฒิสภาชุดก่อน ก็เคยมีรายงานเรื่องความปรองดองออกมาแม้ต้องใช้เวลานานถึง 3 ปีก็ตาม 

เอกสารเกี่ยวกับการปรองดองอีกฉบับที่น่าสนใจเป็นของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รวมทั้งคำให้สัมภาษณ์ของคุณบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งเอกสารวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าที่เสนอต่อ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติที่ผู้สนใจสามารถค้นคว้าหาอ่านได้

ที่รวบรวมมาทั้งหมดซึ่งอาจตกหล่นไปบ้าง ต้องการชี้ให้ผู้อ่านเห็นว่า บ้านเมืองเรามีปัญหาแตกแยกกันมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนไทยแบ่งเป็นฝักฝ่ายทางการเมือง เราต้องการให้คนไทยที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกันจนนำไปสู่ความแตกแยกหันกลับมาปรองดอง ไม่ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองที่ปลุกระดมให้คนไทยแตกแยกกัน ตีกัน บางครั้งถึงกับเผาบ้านเผาเมือง เผาชื่อเสียงของประเทศ ทำให้บ้านเมืองเสียหายยับเยิน และจะเสียหายมากกว่านี้หาก คสช.ไม่เข้ามาระงับยับยั้งความรุนแรงที่กำลังจะบานปลายออกไปอีก

เวลานี้เป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดที่เราจะหันหน้ามาหากัน ลืมความขัดข้องหมองใจไว้ข้างหลัง แล้วมาเริ่มรักใคร่สามัคคีปรองดองกันใหม่ รวมพลังสู้กับปัญหาและสิ่งท้าทายที่ประเทศชาติกำลังเผชิญอยู่ในปี 2559 และปีต่อๆ ไป คนไทยจะไม่ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายการเมืองให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงอีก

เป็นสิ่งท้าทายและเป็นภารกิจเร่งด่วนประการหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ในเรื่องการสร้างความปรองดอง เห็นได้จากวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลงานรอบ 1 ปี ท่านได้ให้ความสำคัญเรื่องความปรองดองในลำดับต้นๆ โดยปรากฏในสมุดภาพอินโฟกราฟฟิกลำดับแรกของ 12 หัวข้อ 

ท่านพูดย้อนกลับไปถึงการที่ท่านต้องตัดสินใจยึดอำนาจว่า “สิ่งที่ผมทำ คือ ยุติความรุนแรง คุณลืมไปแล้วหรือ สถานการณ์วันนั้น วันนี้เหมือนกันไหม? ไปไหนก็ไม่ได้ ติดขัด รถติด ม็อบเต็มไปหมด นี่แหละสิ่งที่ผมทำ” ก่อนที่คนไทยจะแตกแยกและใช้ความรุนแรงเข้าห้ำหั่นกันมากไปกว่านี้ สิ่งที่ท่านต้องการเห็นคือ “ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวาง แดง เหลือง หรือน้ำเงิน เราคือคนไทย คนไทยภายใต้ร่มพระบารมี ขอให้ร่วมกันเพื่ออนาคตของลูกหลาน”  

สาเหตุมันมาจากอะไร ท่านมองว่า “ถ้ารัฐบาลมีธรรมาภิบาล ประชาชนก็จะร่วมมือกันทำงาน และจูงมือเดินไปพร้อมๆ กัน ไม่มีความขัดแย้ง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งตีความได้ว่า “ไม่ว่ารัฐบาลใดหากบริหารประเทศด้วยหลักธรรมาภิบาล ก็คงจะไม่มีการขัดแย้งอย่างที่เกิดขึ้น รัฐบาลธรรมาภิบาลและคนไทยจะจูงมือก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” การปรองดองที่ทำได้เลยทันที คือ “หยุดหรือเลิกเผยแพร่ข่าวที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก และสร้างความแตกแยกในจิตใจของคนไทยด้วยกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำตลอดมาและย้ำอีกครั้งในวันแถลงผลงานว่า “การสร้างความปรองดอง คือ การสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยยึดมั่นในข้อกฎหมาย ใครผิดต้องถูกลงโทษโดยกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาดและเสมอภาคกัน” ท่านย้ำเรื่องนี้ในหลายโอกาส ท่านไม่เคยพูดถึงเรื่องอภัยโทษ หรือนิรโทษกรรมตามที่พรรคการเมืองบางพรรคเรียกร้อง แต่ต้องการให้กฎหมายทำงาน เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงการเคารพกฎหมายของบ้านเมือง และไปสู้กันตามกระบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุด ให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยซึ่งได้รับการเชื่อถือจากทั่วโลก 

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้องขอนักการเมืองที่เป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้คนแตกแยกกันว่า “นักการเมืองทุกคนก็ต้องช่วยผมคิดว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างไร กรุณาอย่าสร้างความขัดแย้งกันอีก ปัญ หาของชาติต้องมาก่อน นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องหาวิธีทำอย่างไรไม่ให้ความขัดแย้งเกิดขึ้นอีกในอนาคต”

สรุปแล้วทุกคนเห็นความสำคัญของการปรองดอง ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามออกมาช่วยเสนอแนะแนวทางเรื่องความปรองดองของคนไทยที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย คนไทยหลายพวกเห็นว่า ช่วงเวลาของ คสช.เป็นจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในหมู่คนไทยที่ขัดแย้งกัน เพราะ คสช.ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว ส่วนกลุ่ม ฝ่ายต่างๆ ตั้งความหวังไว้ที่รัฐบาล คสช.ที่จะทำให้คนไทยที่ขัดแย้งหันหน้าเข้าหากัน สามัคคีปรองดองกันตามเสียงเพลงที่ร้องกันอยู่ทุกวัน หากนักการเมืองเข้ามาแล้ว  โอกาสที่จะสามัคคีปรองดองดูจะห่างไกลออกไป

คำว่า “ปรองดอง” ดูดี ไม่มีใครปฏิเสธ ใครๆ ก็อยากปรองดอง ใครปฏิเสธคำว่าปรองดองดูจะเป็นคนแปลกประหลาด หากทุกคนคิดถึงสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดไว้ว่า

“ความสามัคคีของคนไทยจะทำให้ประเทศของเราแข็งแกร่ง บ้านของเราแข็งแรง สามารถเติบโตและผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้” ความสามัคคีปรองดองคงอยู่ไม่ไกลนัก

สิ่งหนึ่งที่ทำได้ทันทีเลยในการสร้างความปรองดอง คือ หยุดวาทกรรมสร้างความเกลียดชังระหว่างกันโดยทันที หากยังมีสื่อยังที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่วาทกรรมที่ทำให้คนยังเกลียดชังกันอยู่ ความปรองดองก็ยังอยู่ห่างไกล

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI