
แนวคิดอันตรายกว่าบุคคล เฝ้าระวังลามอาเซียน
ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็น
ศราวุฒิ อารีย์ รองผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นถึงความเป็นไปได้ต่อการขยายตัวของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจจะเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนว่า ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ไม่ได้ให้การยอมรับกลุ่มไอเอส เพราะใช้ความรุนแรง โลกมุสลิมไม่สามารถยอมรับได้
“วันนี้ผมคิดว่าเราให้ความสำคัญกับการก่อเหตุที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสและตะวันตกมาก จนลืมไปว่าไอเอสก็ได้ก่อเหตุในประเทศมุสลิมมากมาย แม้จะก่อเหตุได้ทุกที่ แต่การจะปักหลักอย่างเข้มแข็งอย่างในตะวันออกกลาง ในพื้นที่อื่นๆ เป็นไปได้ยาก”
ศราวุฒิ เห็นว่า กรณีที่จาการ์ตา อินโดนีเซีย ผู้ก่อเหตุและวางแผนไม่ใช่คนจากตะวันออกกลาง เพียงแต่คนก่อเหตุมีแนวคิดนิยมไอเอส บางคนเคยเข้าร่วมกับไอเอส การตั้งองค์การหรือสาขาในภูมิภาคนี้จึงไม่น่าห่วง แต่แนวคิดไอเอสคือสิ่งที่น่ากังวล เพราะมีการแพร่กระจายเรื่องความรุนแรง โฆษณาชวนเชื่อผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนไม่รู้ว่าใครบ้างนิยมแนวทางไอเอส หรือเชื่อคำประกาศไอเอส แล้วโจมตีพื้นที่ต่างๆ
“สิ่งที่น่ากลัว คือ การก่อเหตุโดยปัจเจกบุคคลที่นิยมไอเอส ซึ่งประเทศต่างๆ ไม่รู้ได้เลย น่ากลัวกว่าในอดีตที่ผ่านมา อย่างสมัยอัลกออิดะห์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังยุคสงครามเย็น เทคโนโลยีสมัยนั้นยังไม่รวดเร็วหรือแพร่กระจายได้ทั่วอย่างปัจจุบัน แต่ไอเอสเกิดขึ้นในช่วงที่โลกมีการสื่อสารที่รวดเร็วมาก จึงกลายเป็นการแพร่กระจายอุดมการณ์แนวคิด”
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลไม่พบคนไทยเข้าร่วมกับไอเอส และมีคนไทยน้อยมากที่นิยมไอเอส แต่ความชื่นชอบนี้ก็ต้องแยกแยะว่า เป็นเพราะชื่นชอบกระแสต่อต้านตะวันตก หรือต่อต้านมุสลิมสายชีอะห์ แต่ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หรือไม่ถึงขั้นใช้ความรุนแรง
ศราวุฒิ บอกว่า การขยายสาขามายังภูมิภาคอาเซียน ยังไม่ใช่แนวคิดของไอเอสในตะวันออกกลาง เพราะไอเอสให้ความสำคัญกับพื้นที่ตะวันออกกลางมากที่สุด เนื่องจากเป็นที่เกิดศาสนาอิสลาม และเป็นดินแดนที่ตะวันตกเคยขีดเส้นแบ่งไว้ เข้าใจว่าคนประกาศตั้งสาขาไอเอสในภูมิภาคนี้คือ ขบวนการบางกลุ่มเพื่อสร้างการยอมรับ แต่ถึงตั้งได้ก็คงไม่สามารถดำรงอยู่ได้ เพราะภูมิภาคนี้เป็นมุสลิมสายปฏิรูป ไม่ยอมรับขบวนการเหล่านี้มาตลอด เช่น ในอดีตกลุ่มเจไอเคลื่อนไหวเหตุการณ์บาหลี เหตุการณ์ระเบิดโรงแรมเจดับบลิวแมริออท กลุ่มเจไอก็ถูกลดบทบาทลง
เอกพันธุ์ ปิณฑวณิช รักษาการผู้อำนวยการสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ยอมรับว่าโอกาสเกิดการก่อการร้ายในประเทศไทยมีมากขึ้นกว่าในอดีต
“ประเทศไทยในอดีตถูกมองว่าเป็นที่พักพิงเพื่อเตรียมก่อเหตุ จากหลายปัจจัยประกอบ เช่น เป็นแหล่งอาวุธสงคราม หรือวัตถุที่ใช้ก่อวินาศกรรมหาได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นการคุมอาวุธเถื่อน ระเบิด มีความจำเป็นพอๆ กับการตรวจสอบคน หากคนที่เข้ามาไม่สามารถหาของเหล่านี้ได้ การก่อวินาศกรรมก็น้อยลง ความหละหลวมก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่บอกว่าเราเป็นแหล่งพักพิง ซึ่งทั้งโลกมันเปิด การเพิ่มข้อมูลตรวจสอบบุคคลให้เกิดความรวดเร็วก็ช่วยป้องกันได้”
เอกพันธุ์ ระบุว่า การก่อการร้ายในภูมิภาคอาเซียนน่าจะมีโอกาสเพิ่มขึ้น เพราะองค์กรเหล่านี้ต้องการหาพื้นที่เพื่อได้เครดิต ประเทศไทยรวมทั้งประเทศกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรกับชาติตะวันตก ไทยกับโลกตะวันตกสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่นหมายถึงเพื่อนของศัตรูก็คือศัตรู







