
สาละวนหาเงิน4.5พันล้านไล่ซื้อยางแสนตัน
กยท.เงินหมดตุ่ม เสนอ ครม.ขอเงินสำนักงบมาไล่ซื้อยาง 4,500 ล้าน
กยท.เงินหมดตุ่ม เสนอ ครม.ขอเงินสำนักงบมาไล่ซื้อยาง 4,500 ล้าน
นายเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กยท. ที่มี พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธานกรรมการ มีมติจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอให้กระทรวงการคลังจัดหางบประมาณ 4,500 ล้านบาท มาใช้ในการแทรกแซงราคายางแผ่นดิบชั้น 3 ในราคา 45 บาท/กิโลกรัม (กก.) จำนวน 1 แสนตัน
ทั้งนี้ เนื่องจากในที่ประชุมบอร์ด กยท.เห็นว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความว่า กยท.สามารถใช้เงินกองทุนตามมาตรา 49 (1 ) หรือเงินเซสที่มาจากค่าธรรมเนียมการส่งออกยางที่โอนมาเพื่อการบริหารงานของ กยท.ได้ แต่เนื่องจากเงินในส่วนนี้มีอยู่แค่ 3,600 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลือที่ใช้ได้ตามภารกิจจริงอยู่เพียง 360 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ จึงต้องตั้งเรื่องขอเงินจากรัฐบาล
“แม้กองทุนปัจจุบันมีอยู่ 3.6 หมื่นล้าน บาท แต่กฎหมาย กยท.กำหนดให้ใช้ใน 6 กิจกรรม ซึ่งมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ใช้เพื่อการใดในสัดส่วนเท่าไหร่ จะโยกออกไปใช้ไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเหมือนกรณีการใช้เงินไปจัดทำโครงการกล้ายาง 1 ล้านไร่ ในสมัยที่ผ่านมาที่ใช้เงินคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ผิดวัตถุประสงค์” นายเชาว์ กล่าว
ทั้งนี้ การซื้อยางจะซื้อ 150 กก./ครัวเรือน โดยรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรงไม่ผ่านสถาบันเกษตรกร และต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะบียนกับ กยท.เท่านั้น โดยจุดรับซื้อจะใช้สถาบันเกษตรกรเป็นจุดรับซื้อ เพราะสะดวก โดยจะซื้อยางแผ่นดิบชั้น 3 ยางก้อนถ้วย และน้ำยางดิบ
ขณะนี้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประสานหน่วยทหารในพื้นที่ต่างๆ เข้าร่วมดูแลความเรียบร้อยจุดรับซื้อทั้งหมด ในส่วนองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะรวบรวมความต้องการใช้ยางพาราที่รัฐซื้อมา 1 แสนตัน โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้นัด 8 กระทรวงมาหารือในวันนี้ หลังจากมีการเสนอการของบมาใช้ถึง 7 หมื่นล้านบาท จนถูกสั่งให้ไปปรับปรุงใหม่
พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า จะเสนอเรื่องต่อ ครม.เพื่อของบกลาง 1,000 ล้านบาท ในช่วงสิ้นเดือน ม.ค.นี้ เพื่อนำมาใช้ในโครงการขุดลอกคูคลองเพื่อกระจายน้ำจากแหล่งน้ำไปยังพื้นที่การเกษตร ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ที่ต้องการให้หาวิธีกระจายน้ำ โดยโครงการดังกล่าวจะเน้นการขุดลอกคูคลองและคลองสาขาในพื้นที่ภัยแล้งซ้ำซากทั้งภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ







