posttoday
กรธ.ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดปมมาตรา 7

กรธ.ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดปมมาตรา 7

16 มกราคม 2559

กรธ.ให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ชี้ขาดปมมาตรา 7 วางกรอบแก้รัฐธรรมนูญประเด็นใหญ่ต้องทำประชามติ

กรธ.ให้ศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่ชี้ขาดปมมาตรา 7 วางกรอบแก้รัฐธรรมนูญประเด็นใหญ่ต้องทำประชามติ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงว่า ที่ประชุมเห็นชอบกับหลักการว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญที่สำคัญ คือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่วินิจฉัยกรณีประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามลายลักษณ์อักษรและความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ถูกบัญญัติไว้โดยไม่ได้กำหนดให้มีองค์กรมาทำหน้าที่ชี้ขาด ซึ่งคณะกรธ.มีเจตนารมณ์ที่ต้องการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้

โฆษกคณะกรธ.กล่าวว่า นอกจากนี้ คณะกรธ.ได้เห็นชอบกับหลักการเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันหลักการสำคัญว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ไม่สามารถกระทำได้ ส่วนผู้ที่มีอำนาจเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ได้แก่ 1.คณะรัฐมนตรี 2.สส.เข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน5 ของจำนวนของสส.ทั้งหมดเท่าที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร 3.สส.และสว.เข้าชื่อจำนวนไม่น้อยกว่า 1ใน5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา และ 4.ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกระทำในรัฐสภา แบ่งเป็น 3 วาระ ได้แก่ 1.วาระรับหลักการ หากรัฐสภาจะลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อเมื่อเสียงเห็นด้วยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่อยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งจะลงมติด้วยวิธีขานชื่อเป็นรายบุคคล โดยกรณีนี้จะต้องมีสว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1ใน3 ของจำนวนสว.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

2.วาระการพิจารณาเรียงลำดับเป็นรายมาตรา ในขั้นตอนนี้จะต้องมีการจัดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแสดงความคิดเห็น และการออกเสียงเห็นชอบในรายมาตรานั้นจะตัดสินด้วยเสียงข้างมาก

3.รัฐสภาลงมติเห็นชอบในขั้นตอนสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่รัฐสภาจะลงมติในวาระที่3 นั้นจะต้องให้พ้นเวลา 15 วันนับตั้งแต่รัฐสภาพิจารณาในวาระที่ 2 เสร็จสิ้นก่อนรัฐสภาถึงจะพิจารณาลงมติในวาระที่ 3 ได้ ซึ่งการลงคะแนนในวาระที่ 3 จะใช้วิธีเรียกชื่อเป็นรายบุคคลและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเห็นชอบให้บังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่อยู่ของทั้งสองสภา และภายหลังที่รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

นายอมร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีที่เป็นแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 ว่าด้วยบททั่วไป หมวด2 ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ หมวด13 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และ เรื่องของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆตามรัฐธรรมนูญหรือเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาลหรือองค์กรอิสระหรือเรื่องที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ได้ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นเหล่านี้ ถ้ารัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ก่อนนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯถวายจะต้องมีการจัดทำประชามติก่อน

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้