
นายกฯขอประชาชนเข้าใจรัฐบาล9เรื่อง
“บิ๊กตู่”เปิดใจผ่านรายการคืนความสุขให้ประชาชนเข้าใจรัฐบาล 9 เรื่องยันไม่ไล่รมต.ออก ขอเวลาปรับตัวสร้างความเข้มแข็ง
“บิ๊กตู่”เปิดใจผ่านรายการคืนความสุขให้ประชาชนเข้าใจรัฐบาล 9 เรื่องยันไม่ไล่รมต.ออก ขอเวลาปรับตัวสร้างความเข้มแข็ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศวันศุกร์ที่ 15 ม.ค. 2559 โดยระบุว่า อยากจะกล่าวอะไรจากใจของนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)
“อยากให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านเข้าใจในเรื่องต่อไปนี้ เรื่องสำคัญคือ เรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่จะต้องมีการลงมติ การทำประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมหรือว่าจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือเปล่าเป็นเป็นเรื่องอนาคต แต่วันนี้เราจะร่วมกันสร้างอนาคตเหล่านั้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำความรู้ความเข้าใจกันทุกคน ให้ไปหนทางเดียวกัน
เรื่องที่ 1 คือ ประชาชน นักการเมือง ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ เอกชน ข้าราชการ เอ็นจีโอ หรือนักสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ทุกคนต้องรับรู้ปัญหาของประเทศว่า อยู่ตรงไหนทั้ง 6 กลุ่ม อย่าเพิ่งไปมองอย่างอื่น มองในประเทศเราก่อนว่าทุกอย่างมีปัญหาหมดเลย ทุกปัญหามีความเชื่อมโยงกันหมด แก้อย่างหนึ่งไปโยงอีกอย่างหนึ่งและอีกหลายอย่างด้วยหลายเรื่องกฎหมายไม่ทันสมัย กฎหมายก็ยังไม่มีเหล่านี้ทำให้การแก้ปัญหาช้ามาก จนหลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำหรือยังหรือยังไม่ได้ทำ แต่ที่เขาทำแล้วไม่ค่อยฟัง ที่ไม่ทำทวงทุกวัน และก็ไม่ร่วมมือด้วย ประชานควรจะทราบว่าปัญหาอะไรที่ทำให้ประเทศเราเจริญเติบโตได้ช้า ขาดความเข้มแข็งในทุกมิติ ทำให้เรามีขีดความสามารถในการสร้างการแข่งขันน้อย รายได้ประเทศน้อย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ 11 ด้าน ตามที่เรากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อาจจะมากกว่า 11 ด้านก็ได้อยู่ในเรื่องที่ 11 เป็นเรื่องอื่น ๆ ใครจะเสนออะไรมาก็เป็นเรื่องอื่น ๆ
เรื่องที่ 2 ปัญหาของความเหลื่อมล้ำในการดำรงชีพ อาชีพรายได้การเกษตร พืชเชิงเดี่ยว การส่งออกลดลง ต้นทุนการผลิตสูง อาจจะเป็นสาเหตุการใช้จ่ายของงบประมาณที่ผ่านมามีปัญหา เราไม่สามารถนำงบประมาณไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ อย่างเพียงพอ เช่น การลงทุน การสาธารณูปโภคต่าง ๆ เหล่านี้ หรือไปทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจข้างล่างเข้มแข็ง แจกเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยให้กับชาวไร่ ชาวนางบฯไม่มี เพราะติดกับรายได้ที่ไม่เพียงพอ วันนี้เราทำได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว ประชาชนก็มีหนี้สิน หลายอย่างก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องคิด เห็นใจเขาบ้าง ตนกำลังเข้ามาแก้ให้
เรื่องที่ 3 เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าหากว่าเราไม่มีธรรมาภิบาลต่อไป ไม่เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน ประชาชนไม่พอใจ ทุกฝ่ายก็วุ่นวายสับสน ขาดการบูรณาการ การจัดทำแผนงานโครงการที่ซ้ำซ้อนกัน ขาดการเสนอเริ่มต้นกระบวนการงบประมาณประจำปีจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนในกฎหมายใหม่หรือในรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการปรับปรุงระบบงบประมาณของประเทศให้มีการบริหารงานข้ามกระทรวง ข้ามหน่วยงานในขีดอันเดียวกัน ที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมจับต้องได้ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การจัดที่ดินการเกษตร อุตสาหกรรม สาธารณูปโภคพื้นฐานอะไรเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศได้ประโยชน์ทั้งสิ้น
เรื่องที่ 5 การพัฒนาตนเอง การเพิ่มขีดความสามารถของตนเองยังน้อยอยู่ นักการเมือง ข้าราชการ ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทุ่มเทเสียสละ คำนึงถึงส่วนรวมคือ ประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริงต้องทุ่มเทช่วงนี้
เรื่องที่6 คือ เรื่องการสร้างความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องต่อไปคือ การที่รัฐบาลต้องมีธรรมาภิบาล ต้องดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมให้มีอนาคตทั่วถึงเป็นธรรมลดช่องว่าง หากเรามุ่งหวังแต่เพียงงานการเมืองอย่างเดียวก็เป็นปัญหาอีก ที่ผ่านมาก็มีทั้งดีและไม่ดี ที่ไม่ดีก็พยายามจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายพยายามแบ่งประชาชนตามกลุ่มอาชีพ เป็นหลายกลุ่มหลายฝ่ายให้ง่ายต่อการสร้างผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย สร้างคะแนนเสียงที่ดีเขาก็มี ก็นำส่วนที่ดีมาผสมกันไปก็ดีหมด อย่าไปนำสิ่งที่ไม่ดีมาผสมก็ยิ่งไม่ดีกว่าเดิม รัฐบาลจะทำอย่างนั้น
“อยากให้ทุกคนร่วมแก้ปัญหาให้หมด คนไทยทุกคน ฝ่ายการเมืองอาจจะมองว่ายากเกินไป อาจจะมีผลในอนาคต ผมขอร้องท่านอย่าคิดอย่างนั้น วันหน้าท่านจะได้รับความเชิดชูในเกียรติยศชื่อเสียงของท่าน ไม่มีใครมาโจมตีท่านว่าท่าน ผมก็รักท่านอยู่ เพราะอย่างไรการเมืองคือการเมือง ผมเข้าใจ แต่อย่างไรประเทศชาติต้องมาก่อน วันนี้ถ้าหากว่าการแข่งขันทางการเมืองสูงมากเกินไปเอาชนะกันทุกอย่าง ประชาชนกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองก็จะเกิดความแตกแยกเข้าไปอีก อันนี้ผมพูดถึงว่า ถ้าเราทำต่อไป ว่าอะไรที่ถูกต้องรัฐบาลที่เป็นธรรมาภิบาลจะต้องคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ ถูกต้อง แต่จะต้องดูแลคนส่วนน้อยให้ได้อย่างไร ไม่ใช่ดูแลเฉพาะที่เป็นฐานการเมือง ต้องดูแลประชาชนทุกระดับให้ทั่วถึง ทั้งรายได้สูง กลาง น้อยอย่างเท่าเทียม มากน้อยตามความจำเป็น ในการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องดูว่า แค่ไหนอย่างไรเมื่อไหร่ โดยที่ไม่ไปสร้างความขัดแย้ง สร้างความชักช้า ทำโครงการอะไรก็ไม่ได้ที่เป็นเพื่อส่วนรวม” นายกฯ กล่าว
เรื่องที่ 7 การบริหารราชการแผ่นดิน ทุกคนเข้าใจว่า มีการบริหารแผ่นดินทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น วันนี้พยายามจะทำให้เกิดความสอดคล้อง มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน แผนงานโครงการงบประมาณก็มาจากอัตยายขนมยายก็เก็บจากภาษีทั้งหมด ภาษีท้องถิ่น ภาษีการค้า ภาษีนิติบุคคลเหล่านี้มาผสมเป็นงบประมาณประเทศ ส่วนหนึ่งก็ใช้บำรุงท้องถิ่น ส่วนหนึ่งรัฐบาลมาปรับเฉลี่ยเกลี่ยให้ แต่โครงการต้องสอดคล้องกัน ใหญ่ กลาง เล็ก ถ้าใกล้ประชน อปท.ไปดู ไม่พอก็ส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง ลงมาช่วยก็เหมือนการสอดประสานงบประมาณแผนงานให้เต็มพื้นที่ ปีนี้ได้เท่านี้ก่อน ปีหน้าก็ไปต่อที่ขาด ก็เสร็จเป็นพื้นที่ ตอนนี้ก็ไม่เสร็จสักอัน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีการพัฒนาการ
เรื่องที่ 8 การพัฒนาการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญ เรื่องของการเรียนรู้ความคิดที่มีเหตุมีผลต่อเนื่อง ถ้าไม่เข้าใจในหลักการเหตุผล ไม่เข้าใจปัญหา ไม่เข้าใจกฎหมาย ทุกคนจะทำตามใจชอบ ถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนรวมกัน ทำให้เป็นปัญหามาก เราเป็นรัฐเดียวทางพฤตินัยและนิตินัย การใช้จ่ายงบประมาณที่จะแยกเป็นอิสระตามพื้นที่กระจายอำนาจเต็ม ๆ สุด ๆ ทำไม่ได้ เพราะงบประมาณที่เก็บได้ไม่เท่ากัน ภาษีแต่ละท้องที่ไม่เท่ากัน ส่วนหนึ่งก็มาใช้ส่วนรวมเฉลี่ยแบ่งปันกันไปที่อื่นด้วย ส่วนหนึ่งใช้ในการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันหารือกัน
นายกฯ กล่าวว่า เรามีกลไกการบูรณาการประชารัฐอยู่แล้ว ในอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. และผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดเล็กไปสอดคล้องกับจังหวัดทั้งโครงการเล็ก โครงการกลาง โครงการใหญ่ งบประมาณมาจากไหนถ้าคิดอย่างนี้ก็จบ งานเดียวกัน ข้างล่างประสานกัน นำงบฯมาช่วยกัน ข้างบนก็ช่วยกันคิดกำหนดนโยบาย เสร็จแล้วงบประมาณก็ลงมาสอดแทรกเติมเข้าไปอย่างนี้จบแน่นอน วันนี้ไม่จบสักอย่าง
“วันนี้รัฐบาลวางพื้นฐานตาม Road Map ของเราทั้งบน กลาง ล่าง ประชารัฐให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ในพื้นที่ ตรงกับปัญหามีความเชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจ ห่วงโซ่มูลค่าโดยให้เกิดความเข้มแข็งจากภายในชุมชนไปสู่จังหวัด ภูมิภาค ผมต้องการให้ 4 ภูมิภาคนี้แข็งแรง สร้างห่วงโซ่มูลค่าให้ได้ ด้วยการสร้างนวัตกรรม เพราะฉะนั้นถ้าทำให้ภูมิภาคทั้งหมดนั้นเข้มแข็งในตัวของตัวเอง วันข้างหน้าไปสู่การมีรายได้ที่เก็บภาษีใกล้เคียงกัน ขอให้ช่วยกันถ้าไม่เข้มแข็งมีเกษตรอย่างเดียว ไม่มีเกษตรอุตสาหกรรม ไม่ มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และรายได้จะมาจากไหน รอผลผลิตออกมาทั้งปี 4 เดือน 6 เดือนออกที ต้องเป็นหนี้ แปลงเกษตรไปปลูกพืชหลายชนิดมาเป็นเกษตรผสมผสานหรือการปลูกพืชเสริม การเลี้ยงสัตว์เพิ่ม
“มีทุกอย่างทั้งหมดให้เป็นแบบ แต่ไม่เอา ไม่ทำกัน เอาง่าย ๆ ทำแล้วรัฐพยุงราคาขายให้ได้ แต่ภาระไปอยู่ที่ไหนไม่รู้ อย่างนี้ไม่ได้ มันอันตราย เพราะฉะนั้นหลักการต่อให้ดีอย่างไร สถานการณ์ดีก็ตาม ถ้าประชาชนไม่มีความพร้อม พื้นที่ยังไม่เข้มแข็ง อันตรายมาก เรื่องนี้เรียนให้ทราบเฉย ๆ ให้รู้ถึงปัญหาในทุกมิติ คิดในภาพกว้างบ้างอย่าคิดเฉพาะตัวเอง ชุมชนตัวเองอย่างนี้ไม่ได้ ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันขึ้นอยู่กับประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก เพราะท่านเป็นคนเลือกรัฐบาล ส่วนผู้กำกับดูแลข้าราชการ มันต่อเนื่องกันแบบนี้ใครอยู่คนใดคนหนึ่งไม่ได้อยู่แล้ว นายกฯ กล่าว
เรื่องที่ 9 การปรองดองสมานฉันท์ วันนี้ก็เปิดประเด็นมาอีกแล้ว ตนเคยเรียนอยู่เสมอว่าอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย สิ่งแรกก็คือการปรองดองต้องเกิดจากใจของท่านเองทุกพวก ไม่เอาพวกเอาฝ่าย ไม่เอาตัวตนไม่เอาการเมือง และบังคับให้รัฐบาล คสช. ทำให้มันเกิดขึ้น
“ตราบใดที่รัฐบาลและ คสช. ยังไม่เห็นการพัฒนาจากนักการเมือง กลุ่มการเมือง ภาพสังคม เอ็นจีโอ ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราทำเรื่องการปรองดอง จะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้ชัดเจน ก็คงไม่ใช่โครงการทำ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนไปปรับปรุงตัวเองด้วย ถ้าหากอยากจะปรองดองด้วยทั้งหมดทีเดียวก็เริ่มต้นให้ได้ ถ้าเริ่มต้นทะเลาะกันแล้ว ไม่ต้องไปตรงอื่นแล้ว เรื่องการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง รัฐบาล คสช. ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง จะต้องลดความขัดแย้งก่อน วันนี้เริ่มสู่การปรองดอง จะไปนิรโทษ แล้วแต่กฎหมาย เป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องประชามติ คนทั้งประเทศต้องออกมาแสดงลงประชามติ ต้องมาลงเลือกตั้งทั้งหมด ที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นเสียหายเหมือนเดิม ไม่อยากให้คิดว่าเวลามีปัญหาแล้วทะเลาะกันเมื่อไหร่ก็ตาม รัฐบาล นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจสิ มาตรา 44 แก้ปัญหาทุกอย่าง และข้างล่างไม่สงบทำอย่างไร ใช้ไป สรุปที่ทะเลาะกันทั้งหมด กลับมาทะเลาะกับผมคนเดียว ได้ไหม ไม่เกิดขึ้นแน่นอน” นายกฯ กล่าวย้ำ







