posttoday
จีนแย่ โลกเดี้ยง

จีนแย่ โลกเดี้ยง

11 มกราคม 2559

ท่ามกลางสัปดาห์อันแสนจะผันผวนที่เพิ่งผ่านมา โดยเฉพาะในแวดวงเศรษฐกิจและตลาดหุ้น คำพูดของคนคนหนึ่งที่ขึ้นมาโดดเด่นและมีน้ำหนักมากที่สุดบนหน้าสื่อทั่วโลกก็คือ “จอร์จ โซรอส” เจ้าพ่อเฮดจ์ฟันด์ในสหรัฐ ที่บอกว่า โลกกำลังจะเข้าโหมดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่เหมือนในปี 2008 โดยมีต้นเหตุสำคัญมาจากจีน

ท่ามกลางสัปดาห์อันแสนจะผันผวนที่เพิ่งผ่านมา โดยเฉพาะในแวดวงเศรษฐกิจและตลาดหุ้น คำพูดของคนคนหนึ่งที่ขึ้นมาโดดเด่นและมีน้ำหนักมากที่สุดบนหน้าสื่อทั่วโลกก็คือ “จอร์จ โซรอส” เจ้าพ่อเฮดจ์ฟันด์ในสหรัฐ ที่บอกว่า โลกกำลังจะเข้าโหมดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่เหมือนในปี 2008 โดยมีต้นเหตุสำคัญมาจากจีน

คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับคำพูดของโซรอสกันมาก เพราะนี่คือเฮดจ์ฟันเดอร์ที่เป็นตำนานจากการทุบค่าเงินปอนด์ ทำกำไรเป็นพันล้านเหรียญสหรัฐมาแล้วในปี 1992 ก่อนจะตามมาด้วยการทุบค่าเงินเอเชียในปี 1997-1998 และอยู่ในท็อปเทน เฮดจ์ฟันเดอร์ ที่ทำเงินสูงสุดในสหรัฐแทบทุกปีติดต่อกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์อีกหลายคนที่ไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก และมองว่านักเก็งกำไรจากภาวะวิกฤตอย่างโซรอสก็คิดผิดได้

หนึ่งในความเห็นที่น่าสนใจไม่น้อยมาจาก “พอล ครุกแมน” นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ที่แสดงทัศนะในหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์

ครุกแมน ไม่ได้เชื่อเหมือนกับโซรอส ว่า โลกกำลังจะเข้าสู่วิกฤตครั้งใหม่ ไม่ว่าจะด้วยขนาดของปัญหาในจีน หรือการขยายวงปัญหาที่จะลุกลามออกไป แต่ขณะเดียวกันครุกแมนก็ออกอาการไม่ค่อยแน่ใจสถานการณ์ในปัจจุบันเหมือนกัน คือมองว่ามีปัญหาแน่นอนและเป็นปัญหาขนาดใหญ่ที่จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างด้วย เพียงแต่อาจไม่ถึงกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกเท่านั้น

เรียกว่าออกแนวไม่มั่นใจ คาดการณ์อะไรที่ชัดเจนมากไม่ได้นัก ไม่เหมือนกับวิกฤตสหรัฐเมื่อปี 2008

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่กรณีของจีนจะมีนักเศรษฐศาสตร์ดังๆ มองต่างกันออกไปหลายแบบ ทั้งแบบซอฟต์ แลนด์ดิ้ง และแบบมหาวิกฤต เพราะการคาดการณ์ทั้งหมดล้วนอยู่บนพื้นฐานเดียวกันว่า “ตัวเลขจากจีนนั้นเชื่อถือไม่ได้”

ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขส่งออก-นำเข้า ตัวเลขจีดีพี หรือหนี้ทั้งหลายล้วนถูกมองว่าไม่ใช่การเปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง หรือไม่ก็มีอะไรซ่อนอยู่ในรายละเอียดอยู่มาก ดังนั้น เมื่อไม่รู้ตัวเลขจริง ก็ยากที่จะเดาอาการคนไข้ให้ถูกต้องเป๊ะได้ 

ครุกแมน ยังมองว่า การแก้ปัญหาของจีนทั้งการใช้มาตรการทางการเงินและการคลัง โดยเฉพาะการขยายเงินกู้และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นเพียงแค่การซื้อเวลา ตราบใดที่ไม่แก้ปัญหาพื้นฐานที่ไม่สมดุล ระหว่างการออมและการบริโภค ซึ่งการแก้ปัญหาแบบครึ่งๆ กลางๆ ยังนำไปสู่ปัญหาหนี้ท่วมที่น่ากลัวในภาคการเงิน แต่การที่จีนยังไม่ได้เปิดเสรีหมด ทำให้การ “ปิดตัวเอง” บางส่วนนี่เองที่จะช่วยให้ปัญหาไม่ลุกลามแรงเหมือนตะวันตก

เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรลุกลามเป็นวิกฤตการณ์อย่างยิ่ง ในภาวะที่โลกยังตึงตัวและไม่มีปัญญามองหาแผนสำรองแพลนบีกันในวันนี้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI