
วางหลักปฎิรูปการศึกษาเน้นเท่าเทียมเรียนฟรี
กรธ.เตรียมวางหลักปฏิรูปศึกษา และตำรวจลงบทเฉพาะกาล กพค.ชงเอาผิดยึดทรัพย์ ขรก.ทุจริต นอกจากโทษวินัยอาญา
กรธ.เตรียมวางหลักปฏิรูปศึกษา และตำรวจลงบทเฉพาะกาล กพค.ชงเอาผิดยึดทรัพย์ ขรก.ทุจริต นอกจากโทษวินัยอาญา
นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้มีการบรรจุหลักการเกี่ยวกับการปฏิรูปด้านการศึกษา ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้มีรายละเอียดกำหนดไว้ในกฎหมายลำดับรอง ที่กำหนดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรการบังคับดูแลให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว จนไปถึงหลักการที่ต้องจัดให้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม ไม่เสียค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้บัญญัติหลักการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ โดยรายละเอียดให้นำไปบัญญัติในกฎหมายลำดับรองเช่นกัน โดยอย่างน้อยควรกำหนดหลักการบริหารงานบุคคลของตำรวจเป็นไปตามความรู้ความสามารถหรือหลักอาวุโส รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนให้เป็นไปด้วยความชอบธรรม ทั้งนี้ กรธ. ก็เห็นควรให้กำหนดประเด็นปฏิรูปทั้ง 2 ด้านนี้ อยู่ในบทเฉพาะกาล มีสภาพเชิงบังคับ ให้ต้องดำเนินการตามระยะเวลาที่กำหนด
นายอุดม กล่าววว่า ที่ประชุมยังพิจารณาแนวทางการปฏิรูปข้าราชการ โดยเชิญผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ซึ่งเบื้องต้นมีข้อเสนอให้ กำหนดมาตรฐานจริยธรรมของข้าราชการแต่ละหน่วยเหมือนกัน โดยมอบอำนาจให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้รับผิดชอบ วางมาตรฐานจริยธรรมข้าราชการนอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีข้อเสนอให้ ในคดีทุจริตของข้าราชการ นอกจากจะมีความผิดทางวินัย และคดีอาญาแล้ว จะต้องสามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหาย และยึดทรัพย์ ได้
ส่วนการประชุมนอกสถานที่ ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในสัปดาห์หน้า ทางอนุกรรมการแต่ละคณะ ก็จะนำเสนอบางประเด็นที่ยังค้างอยู่เพื่อหาข้อสรุปว่า จะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่น ประเด็นของ อนุกรรมการฝ่ายนิติบัญญัติ ก็หารือถึง การกำหนดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกสถานที่จะมีปัญหาหรือไม่ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ไม่ได้เป็นวันเดียวกันพร้อมกันทั่วประเทศ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อถามว่า กรธ.มีข้อสรุปจะกำหนดเนื้อหาการปฏิรูปและการปรองดองให้เป็นหมวดหมู่ชัดเจนหรือไม่ นายอุดม กล่าวว่า ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องนี้ แต่กรธ.มีความเห็นว่า นอกจากจะต้องร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และองค์กรอิสระ รวมกว่า 10 ฉบับ แล้ว กรธ.อาจจะต้องรับผิดชอบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อการปฏิรูปด้านสำคัญ อย่างการศึกษาและตำรวจ ด้วย ส่วนประเด็นการปรองดองก็ยังไม่มีความชัดเจน ที่สุดแล้วอาจจะต้องเป็นมาตรการของฝ่ายบริหาร
นอกจากนี้ ในประเด็น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ประชุมกรธ.ก็ได้มีการหารือกันบ้าง แต่ยังไม่ชัดเจน ส่วนตัวมองว่า การเดินหน้าปฏิรูปนั้น มีความสำคัญ และมีหลายมิติ ทั้ง ความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม จึงอาจจะต้องมีการกำหนดให้การปฏิรูปแต่ละด้านอยู่ในภาพรวมเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งของ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อกำหนดให้การปฏิรูปแต่ละด้านมีความต่อเนื่อง และควรมีผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ แต่จะเป็นใครนั้นยังไม่ทราบ







