
"กิตติรัตน์" โวยรัฐลุแก่อำนาจปิดกั้นชี้แจงคดีจำนำข้าว
"กิตติรัตน์" ซัดรัฐบาลลุแก่อำนาจ ปิดกั้นผู้เกี่ยวข้องชี้แจงจำนำข้าว อ้างคนรับผิดชอบขายข้าวถูกคือโกดังไม่เกี่ยวกับอดีตรัฐบาล
"กิตติรัตน์" ซัดรัฐบาลลุแก่อำนาจ ปิดกั้นผู้เกี่ยวข้องชี้แจงจำนำข้าว อ้างคนรับผิดชอบขายข้าวถูกคือโกดังไม่เกี่ยวกับอดีตรัฐบาล
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนากรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ฟังแถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบหนึ่งปี เห็นการพาดพิงถึงรัฐบาลก่อนในเรื่อง โครงการรับจำนำข้าวเปลือก มีใจความสำคัญว่า 1)จะไม่ขยายเวลาดำเนินการสอบสวนเพื่อเอาผิดทางละเมิด เพื่อสั่งให้มีการชดใช้เป็นทรัพย์สิน และ 2)จะไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ จากการขายข้าวทั้งสิ้น (ไม่ว่าจะกระทำดี หรือไม่ดีประการใด) และยังเป็นความชอบที่จะโยนความรับผิดไปให้รัฐบาลที่แล้วเสียอีก
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การแถลงดังกล่าว ส่วนตัวคิดว่าเป็นการ "ลุแก่อำนาจ และไร้ยางอาย" ซึ่งการให้โอกาสแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจง และให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ เป็นสาระสำคัญของ พรบ.ความรับผิดทางละเมิด พ.ศ.2539 ที่เอามาใช้ และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ที่ใช้ประกอบ พรบ.ดังกล่าว ดังนั้นที่บอกว่าจะไม่ขยายเวลาสอบข้อเท็จจริงจนครบถ้วนกระบวนความ ทั้งๆ ที่ผู้เกี่ยวข้องยังมีคำชี้แจง และข้อมูลที่จะแสดงต่อ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอยู่อีกมาก ย่อมตีความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากจะสรุปได้ว่า ผู้มีอำนาจ ช่างใหญ่โตเสียจนอยู่ในภาวะ "ลุแก่อำนาจ" อย่างไม่คำนึงถึงกฎหมายของบ้านเมือง
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการระบายข้าวด้วยวิธีการ และกระบวนการที่อาจไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปิดโกดังไว้นานจนมีการเสื่อมสภาพเกินความสมควร จนถึงการระบายข้าวที่น่ากังขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมูลข้าวที่กล่าวอ้างว่าเสื่อมสภาพ จำนวนกว่า 37,000 ตัน ที่กำลังถูกจับตา และทักท้วง ซึ่งแม้จะดูเหมือนมีประกาศตาม ม.44 มาคุ้มกันเอาไว้ แต่การที่คิดจะไปเที่ยวโยนอะไรต่อมิอะไรให้คนก่อน ที่ไม่ได้รู้เห็นการปฏิบัติอันอาจไม่สมควรนั้น อยากถามว่า ไม่มียางอาย กันบ้างเลยหรือ
“ผมเข้าใจว่าท่านผู้นำคงจะเข้าใจผิดเรื่องค่าเสียหายชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะการขายข้าวราคาถูกกว่าคุณภาพที่ถูกต้องนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบคือเซอร์เวเยอร์หรือเจ้าของโกดังไม่ใช่รัฐบาล แต่ถ้าขายราคาถูกกว่าราคาตลาดจนเกินสมควรนี้ คนที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคา คือผู้ซื้อและคนที่ไม่สุจริต ซึ่งรัฐบาลควรรีบตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว”นายกิตติรัตน์กล่าว







