
ปีใหม่อีกแล้วหรือนี่
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
บทความนี้คงเป็นบทความสุดท้ายสำหรับปีนี้ ผมขอถือโอกาสอาราธนาคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ จงดลบันดาลประทานพรให้ท่านผู้อ่านคอลัมน์นี้ประสบความสุขสดชื่นและสมหวังตลอดไป
ท่านผู้อ่านรู้สึกเหมือนผมไหมครับว่า เดี๋ยวนี้โลกหมุนเร็วกว่าปกติ อีกไม่กี่วันจะปีใหม่อีกแล้ว ทั้งๆ ที่ความรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่นานนี้เอง
ผมพยายามค้นหาสาเหตุว่าทำไมโลกถึงหมุนเร็วขึ้น ก็ได้ความว่าโลกคงหมุนด้วยความเร็วเท่าเดิม แต่สถานการณ์รอบๆ ตัวคนเราในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและหลากหลายกว่าสมัยก่อน จึงทำให้เรารู้สึกว่าเวลาปีหนึ่งๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ
ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรหลายอย่างที่ไม่นึกว่าจะเกิดก็เกิด เช่น การที่ราคาน้ำมันลดลงจากเกือบๆ 50 เหรียญสหรัฐ มาเหลือแค่ 30 กว่าเหรียญสหรัฐในปัจจุบัน และตอนต้นๆ ปีมีคนทำนายว่า การที่ราคาน้ำมันลดลงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง
แต่ข้อเท็จจริงคือพอราคาน้ำมันลดลงดิ่งลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งหลายก็ลดลงตาม ทำให้เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน เกิดปัญหาซัพพลายมากกว่าดีมานด์ เป็นปัญหาที่แก้ยังไม่ตกจนถึงปัจจุบัน ทั้งๆ ที่หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และยุโรป นำมาตรการคิวอีของสหรัฐมาใช้ เพราะเห็นว่าคิวอีช่วยให้เศรษฐกิจของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นระดับหนึ่ง ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ก็ใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการลดดอกเบี้ย และท้ายสุดถึงกับลดค่าเงินหยวนเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจจีนก็ยังไม่พ้นหุบเหว ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการเจริญเติบโตที่เคยพูดกันเป็นเลข 2 หลัก ก็ลดลงมาเหลือ 6-7%
ที่พูดถึงเรื่องนี้คือแค่ช่วงเวลา 12 เดือน สถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกก็เปลี่ยนแปลงไปแบบพลิกรูปโฉม เศรษฐกิจจีนที่ใครต่อใครหวังว่าจะเป็นรถจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกแทนสหรัฐกลับวิ่งแข่งลง ในขณะที่รถจักรตัวเดิมดูเหมือนจะแรงดีขึ้นกลับมาฉุดดึงเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่ง เงินเหรียญสหรัฐที่เคยอ่อนปวกเปียกก็กลับมาแข็งค่าขึ้นอีก และธนาคารกลางก็ปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นไปเป็นอัตราปกติหลังจากที่ได้กดเอาไว้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมานานหลายปี ลำพังแค่คอยเฝ้าดูว่าสหรัฐจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเมื่อไรก็ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่รู้ตัวแล้วใช่ไหมครับ
นอกจากนั้น ปีนี้ยังเป็นปีแห่งความ
สูญเสียจากการก่อการร้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งทั้งในเมืองไทย ฝรั่งเศส ก็ทำให้ผู้คนลืมเวลาเพราะมัวเฝ้าติดตามพระเอกคนใหม่จนลืมเวลาไปได้เหมือนกัน
ยังมีเหตุการณ์หลังการรัฐประหาร มีกิจกรรมหลายอย่างที่ทำให้คนติดตามไปกับการตัดสินคดีสำคัญๆ ของศาลยุติธรรม เช่น คดีจำคุกข้าราชการและผู้มีชื่อเสียงในสังคมเพราะข้อหาคอร์รัปชั่น ล่าสุดมีข่าวเรื่องการใช้ข้อมูลภายในแสวงหาผลประโยชน์จากราคาหุ้นของผู้บริหารของบริษัทแห่งหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ ที่ทำให้คนสนใจติดตามกันจนลืมเวลา
ท้ายสุดคือการติดตามข่าวการป่วยของดาราคนดังที่ต้องมีแถลงการณ์ทุกระยะเพราะอยู่ในความสนใจของสื่อมวลชน แล้วอย่างนี้เวลาจะไม่ผ่านไปราวกับติดปีกบินได้อย่างไร
จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เวลาก็ผ่านมาและผ่านไป และปีหน้าก็คงมีเหตุการณ์และความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองให้ติดตามอย่างระทึกใจต่อไปอย่างแน่นอน คงต้องทำร่างกายให้พร้อมรับสถานการณ์ และทำใจให้นิ่งๆ เข้าไว้ ยึดหลักว่าเวลา 1 ปีผ่านไปแล้วผ่านมาในชั่วพริบตาเดียว
สวัสดีปีใหม่ครับ







