สดร.เผยภาพถ่าย "ดาวหางแคทาลินา" ชี้สามารถเห็นได้ในช่วงเช้ามืด
สดร.เผยภาพถ่ายดาวหางแคทาลินา ชี้สามารถใช้กล้องส่องทางไกลดูได้บริเวณใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกช่วงเช้ามืด
สดร.เผยภาพถ่ายดาวหางแคทาลินา ชี้สามารถใช้กล้องส่องทางไกลดูได้บริเวณใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันออกช่วงเช้ามืด
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ช่วงนี้หากใครตื่นเช้าประมาณตีห้า สามารถใช้กล้องส่องทางไกลดูดาวหางแคทาลินา (C/2013 US10 Catalina) ปรากฏใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก อยู่ระหว่างกลุ่มดาวหญิงสาวกับกลุ่มดาวคนเลี้ยงสัตว์ ช่วงนี้ดาวหางแคทาลินาจะมีความสว่างปรากฏที่ระดับแมกนิจูด 6 (การวัดค่าความสว่างวัตถุท้องฟ้าใช้หน่วยแมกนิจูด (Magnitude) ค่ายิ่งต่ำยิ่งสว่างมาก ตาของมนุษย์สามารถมองเห็นวัตถุสว่างน้อยที่สุดประมาณแมกนิจูด 6)
ทั้งนี้นักดาราศาสตร์คาดว่าดาวหางแคทาลินาจะมีความสว่างเพิ่มขึ้นถึงแมกนิจูด 3 และในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2558 ดาวหางแคทาลินาจะเคลื่อนที่มาเคียงข้างดาวดวงแก้ว (Arcturus) ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ยังสามารถสังเกตเห็นดาวเคราะห์ได้อีกสามดวงคือ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดีอีกด้วย
“สำหรับภาพดาวหางแคทาลินาภาพนี้ ผมและทีมงาน ได้บันทึกเมื่อเช้ามืดของวันที่ 14 ธ.ค. 2558 ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ใช้เวลาบันทึกภาพ 24 นาที สามารถเก็บรายละเอียดส่วนของหัวดาวหางในชั้นโคมา ปรากฏแสงเรืองสีเขียวของไซยาโนเจน และโมเลกุลของคาร์บอน ปรากฏการณ์ดังกล่าว เรียกว่า “Resonance Fluorescence” จากภาพเราสามารถสังเกตเห็นหางของดาวหาง 2 หาง มีทิศทางแยกจากกันอย่างชัดเจน ประกอบด้วย หางฝุ่น (Dust Tail) มีสีออกไปทางโทนขาวเหลือง รูปร่างค่อนข้างหนา ก่อตัวจากอนุภาคฝุ่นที่พ่นออกจากนิวเคลียสอยู่ในชั้นโคมา แล้วถูกผลักออกไปโดยความดันจากการแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ และหางไอออน (Ion Tail) หรือหางแก๊ส มีสีฟ้า ถูกลมสุริยะพัดออกไปตามแนวตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ไอออนส่วนใหญ่จะเป็นประจุบวกของคาร์บอนมอนอกไซด์ที่มีคุณสมบัติกระเจิงแสงสีฟ้าได้ดีกว่าแสงสีแดง ทำให้เมื่อสังเกตจากตาของมนุษย์แล้วหางไอออนจะเป็นสีฟ้า”นายศุภฤกษ์กล่าว
ทั้งนี้ดาวหางแคทาลินา (C/2013 US10 Catalina) ถูกค้นพบด้วยกล้องโทรทรรศน์ของหอดูดาวแคทาลินาสกายเซอร์เวย์ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมาดาวหางดวงนี้ปรากฏอยู่บนซีกฟ้าใต้มาตลอด แต่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนส.ค. 2558 ที่ผ่านมาดาวหางดวงนี้มีความสว่างเพิ่มขึ้น มีค่าความสว่างประมาณแมกนิจูด 7 และเคลื่อนที่เข้าไปในตำแหน่งใกล้ขั้วฟ้าใต้ ทำให้ดาวหางดวงนี้ไม่ตกลับขอบฟ้ากลายเป็นดาวหางค้างฟ้า ปรากฏให้ผู้คนในซีกโลกใต้สามารถสังเกตเห็นได้ตลอดทั้งคืน จนกระทั่งปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ดาวหางดวงนี้ได้เพิ่มความสว่างจนสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า (แมกนิจูด 6) เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมาดาวหางแคทาลินาได้โคจรผ่านตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ปรากฏในท้องฟ้าซีกเหนือและมีความสว่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะมีค่าความสว่างมากที่สุดถึงประมาณแมกนิจูด 3
หมายเหตุภาพประกอบ : ภาพถ่ายดาวหางแคทาลินา (C/2013 US10 Catalina) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ โดย ศุภฤกษ์ คฤหานนท์ / ธนกฤต สันติคุณาภรต์ / ธีรยุทธ์ ลอยลิบ







