posttoday
บริหารทรัพยากรบุคคลช่วงปลายปี (3)

บริหารทรัพยากรบุคคลช่วงปลายปี (3)

20 ธันวาคม 2558

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำท่านผู้อ่านไปรับรู้การคิดจำนวนเงินในการขึ้นเงินเดือนเพื่อให้ได้จำนวนเงินที่ปรับ

โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์

ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำท่านผู้อ่านไปรับรู้การคิดจำนวนเงินในการขึ้นเงินเดือนเพื่อให้ได้จำนวนเงินที่ปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ตามผลปฏิบัติงานของพนักงานรายบุคคล

การคำนวณการขึ้นเงินเดือนจะดำเนินการทันทีหลังประเมินผลงานเสร็จ โดยกำหนดให้หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์สรุปตัวเลขการขึ้นเงินเดือนรายบุคคลให้เสร็จโดยเร็ว เช่น ภายใน 1 สัปดาห์ มีขั้นตอนดังนี้

(1) สำนักทรัพยากรมนุษย์นำเกรดจากการประเมินผลปฏิบัติงานของพนักงานรายบุคคล มาคำนวณจำนวนเงินที่พนักงานจะได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

(2) การคำนวณเงินเดือนใหม่ของพนักงานรายบุคคล มาจากเงินเดือนเดิมของพนักงาน บวกจำนวนเงินที่ปรับขึ้นให้พนักงาน มีสูตรคิดคำนวณดังแสดงข้างล่างนี้

สูตรการคำนวณดังกล่าววางหลักการบนแนวทางของ Performance Based Pay การให้ผลตอบแทนที่แตกต่างตามระดับตำแหน่งซึ่งสะท้อนความรับผิดชอบที่ต่างกัน และการขึ้นเงินเดือนโดยอิงอัตราค่ากลางของกระบอกเงินเดือนเป็นฐานคำนวณ

เงินเดือนใหม่ของพนักงานรายบุคคล =

เมื่อ S คือ เงินเดือนพื้นฐาน (Basic Salary) ของพนักงานรายบุคคล

M คือ ค่ากลางกระบอกเงินเดือน (Median) ที่ตรงกับระดับตำแหน่งของพนักงาน

C คือ สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน (Coefficient)

P คือ นโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง (Percent)

การคำนวณอัตราเงินเดือนใหม่ของพนักงานเป็นรายบุคคลตามสมการข้างต้นนี้

M (ค่ากลางกระบอกเงินเดือน) คือ ค่ากลางของกระบอกเงินเดือนตามระดับตำแหน่งต่างๆ โดยค่ากลางนี้จะใช้เป็นฐานคำนวณตัวเลขการขึ้นเงินเดือนของพนักงาน

C (สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน) เป็นตัวคูณซึ่งเป็นอัตรานโยบายที่สะท้อนการให้ค่าตอบแทนตามผลปฏิบัติงาน พนักงานที่มีผลปฏิบัติงานดีจะได้อัตราตัวคูณสูงกว่าพนักงานที่ผลปฏิบัติงานด้อยกว่า ส่งผลให้พนักงานผู้นั้นได้ตัวเลขการขึ้นเงินเดือนใหม่สูงกว่าด้วย

P (นโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง) เป็นเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนซึ่งกำหนดให้แตกต่างกันได้ตามระดับตำแหน่ง

ก่อนการคำนวณเงินเดือนใหม่ของพนักงานรายบุคคลตามสมการและแนวทางข้างต้น ให้หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์คิดถึงความเหมาะสมของอัตรา C (สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน) และ P (อัตรานโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง) และให้นำเสนอความเห็นต่อกรรมการบริหารพร้อมข้อเสนอทางเลือกในการปรับเพื่อพิจารณาให้ความเห็นและอนุมัติ ทั้งนี้ในการดำเนินการ กรรมการบริหารอาจพิจารณาให้นำเรื่องเสนอที่ประชุมผู้บริหารเพื่อร่วมกันให้ความเห็นก็ได้

โดยทั่วไป อัตรา C (สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน) จะเป็นอัตราที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน จะปรับเปลี่ยนก็ต่อเมื่อแนวนโยบายการบริหารมีการปรับเปลี่ยน ขณะที่ P (นโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง) นี้อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนได้ตามแต่ละปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดแรงงาน

ตารางแสดงตัวอย่างสัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน (C)

ผลการปฏิบัติงาน A+/A/B/C/D

ตัวคูณผลงาน (Coefficient) 2/1.5/1/0.5/0

ตารางแสดงตัวอย่างนโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง (P)

ระดับตำแหน่ง % การปรับขึ้นเงินเดือนสำหรับพนักงานรายบุคคล

ผู้จัดการ X% หัวหน้าแผนก X% เจ้าหน้าที่ X%

หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์สรุปตัวเลขจำนวนเงินที่ปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนของพนักงานรายบุคคล โดยแยกเป็นรายหน่วยงานและนำเสนอเป็นรายงานแยกส่งให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานพิจารณาทบทวน และให้ความเห็นชอบผลการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำปีของพนักงานในสังกัดตนเอง หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์ทำหน้าที่ประสานผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ เพื่อสรุปตัวเลขการขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำปี และนำเสนอต่อกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติและหน่วยงานทรัพยากรมนุษย์นำผลการอนุมัติการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำปีของพนักงานรายบุคคลไปปรับปรุงในฐานข้อมูลค่าตอบแทน

ท้ายสุดนี้ หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์จ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนให้พนักงานรายบุคคล ตามอัตราใหม่ที่ได้รับอนุมัติแล้วสำหรับการปรับเพิ่มเงินเดือนให้พนักงานรายบุคคล ให้จ่ายจำนวนเงินที่ปรับเพิ่มย้อนหลังให้สำหรับเดือนที่พนักงานได้รับเงินเดือนเดิมไปแล้ว ในปีงบประมาณปัจจุบันด้วย

ในบทความต่อไปผู้เขียนจะอธิบายการกำหนดเงินโบนัสประจำปีที่นักบริหารทรัพยากรบุคคลควรทราบ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI