
บริหารทรัพยากรบุคคลช่วงปลายปี (3)
ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำท่านผู้อ่านไปรับรู้การคิดจำนวนเงินในการขึ้นเงินเดือนเพื่อให้ได้จำนวนเงินที่ปรับ
โดย...ทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะไนล์
ในบทความนี้ผู้เขียนจะนำท่านผู้อ่านไปรับรู้การคิดจำนวนเงินในการขึ้นเงินเดือนเพื่อให้ได้จำนวนเงินที่ปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ตามผลปฏิบัติงานของพนักงานรายบุคคล
การคำนวณการขึ้นเงินเดือนจะดำเนินการทันทีหลังประเมินผลงานเสร็จ โดยกำหนดให้หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์สรุปตัวเลขการขึ้นเงินเดือนรายบุคคลให้เสร็จโดยเร็ว เช่น ภายใน 1 สัปดาห์ มีขั้นตอนดังนี้
(1) สำนักทรัพยากรมนุษย์นำเกรดจากการประเมินผลปฏิบัติงานของพนักงานรายบุคคล มาคำนวณจำนวนเงินที่พนักงานจะได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
(2) การคำนวณเงินเดือนใหม่ของพนักงานรายบุคคล มาจากเงินเดือนเดิมของพนักงาน บวกจำนวนเงินที่ปรับขึ้นให้พนักงาน มีสูตรคิดคำนวณดังแสดงข้างล่างนี้
สูตรการคำนวณดังกล่าววางหลักการบนแนวทางของ Performance Based Pay การให้ผลตอบแทนที่แตกต่างตามระดับตำแหน่งซึ่งสะท้อนความรับผิดชอบที่ต่างกัน และการขึ้นเงินเดือนโดยอิงอัตราค่ากลางของกระบอกเงินเดือนเป็นฐานคำนวณ
เงินเดือนใหม่ของพนักงานรายบุคคล =
เมื่อ S คือ เงินเดือนพื้นฐาน (Basic Salary) ของพนักงานรายบุคคล
M คือ ค่ากลางกระบอกเงินเดือน (Median) ที่ตรงกับระดับตำแหน่งของพนักงาน
C คือ สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน (Coefficient)
P คือ นโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง (Percent)
การคำนวณอัตราเงินเดือนใหม่ของพนักงานเป็นรายบุคคลตามสมการข้างต้นนี้
M (ค่ากลางกระบอกเงินเดือน) คือ ค่ากลางของกระบอกเงินเดือนตามระดับตำแหน่งต่างๆ โดยค่ากลางนี้จะใช้เป็นฐานคำนวณตัวเลขการขึ้นเงินเดือนของพนักงาน
C (สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน) เป็นตัวคูณซึ่งเป็นอัตรานโยบายที่สะท้อนการให้ค่าตอบแทนตามผลปฏิบัติงาน พนักงานที่มีผลปฏิบัติงานดีจะได้อัตราตัวคูณสูงกว่าพนักงานที่ผลปฏิบัติงานด้อยกว่า ส่งผลให้พนักงานผู้นั้นได้ตัวเลขการขึ้นเงินเดือนใหม่สูงกว่าด้วย
P (นโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง) เป็นเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนซึ่งกำหนดให้แตกต่างกันได้ตามระดับตำแหน่ง
ก่อนการคำนวณเงินเดือนใหม่ของพนักงานรายบุคคลตามสมการและแนวทางข้างต้น ให้หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์คิดถึงความเหมาะสมของอัตรา C (สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน) และ P (อัตรานโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง) และให้นำเสนอความเห็นต่อกรรมการบริหารพร้อมข้อเสนอทางเลือกในการปรับเพื่อพิจารณาให้ความเห็นและอนุมัติ ทั้งนี้ในการดำเนินการ กรรมการบริหารอาจพิจารณาให้นำเรื่องเสนอที่ประชุมผู้บริหารเพื่อร่วมกันให้ความเห็นก็ได้
โดยทั่วไป อัตรา C (สัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน) จะเป็นอัตราที่ไม่มีการปรับเปลี่ยน จะปรับเปลี่ยนก็ต่อเมื่อแนวนโยบายการบริหารมีการปรับเปลี่ยน ขณะที่ P (นโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง) นี้อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนได้ตามแต่ละปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดแรงงาน
ตารางแสดงตัวอย่างสัมประสิทธิ์ตัวคูณตามผลการปฏิบัติงาน (C)
ผลการปฏิบัติงาน A+/A/B/C/D
ตัวคูณผลงาน (Coefficient) 2/1.5/1/0.5/0
ตารางแสดงตัวอย่างนโยบายเปอร์เซ็นต์การปรับขึ้นเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง (P)
ระดับตำแหน่ง % การปรับขึ้นเงินเดือนสำหรับพนักงานรายบุคคล
ผู้จัดการ X% หัวหน้าแผนก X% เจ้าหน้าที่ X%
หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์สรุปตัวเลขจำนวนเงินที่ปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนของพนักงานรายบุคคล โดยแยกเป็นรายหน่วยงานและนำเสนอเป็นรายงานแยกส่งให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานพิจารณาทบทวน และให้ความเห็นชอบผลการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำปีของพนักงานในสังกัดตนเอง หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์ทำหน้าที่ประสานผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ เพื่อสรุปตัวเลขการขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำปี และนำเสนอต่อกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติและหน่วยงานทรัพยากรมนุษย์นำผลการอนุมัติการปรับขึ้นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำปีของพนักงานรายบุคคลไปปรับปรุงในฐานข้อมูลค่าตอบแทน
ท้ายสุดนี้ หน่วยงานทรัพยากรมนุษย์จ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนให้พนักงานรายบุคคล ตามอัตราใหม่ที่ได้รับอนุมัติแล้วสำหรับการปรับเพิ่มเงินเดือนให้พนักงานรายบุคคล ให้จ่ายจำนวนเงินที่ปรับเพิ่มย้อนหลังให้สำหรับเดือนที่พนักงานได้รับเงินเดือนเดิมไปแล้ว ในปีงบประมาณปัจจุบันด้วย
ในบทความต่อไปผู้เขียนจะอธิบายการกำหนดเงินโบนัสประจำปีที่นักบริหารทรัพยากรบุคคลควรทราบ







