posttoday
จีนสนลงทุน ไอที-อาหาร

จีนสนลงทุน ไอที-อาหาร

18 ธันวาคม 2558

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 4 ที่มี หวางหย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ เข้าร่วมหารือ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันอย่างไร โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างอาเซียน ยูเรเซีย และยุโรป ภายใต้นโยบายเส้นทางสายไหม (One Belt One Road) เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 4 ที่มี หวางหย่ง มนตรีแห่งรัฐ สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ เข้าร่วมหารือ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันอย่างไร โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าและเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งระหว่างอาเซียน ยูเรเซีย และยุโรป ภายใต้นโยบายเส้นทางสายไหม (One Belt One Road) เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในด้านการค้าทั้งสองประเทศเห็นตรงกันที่จะเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกันอย่างน้อย 2 เท่า ภายใน 5 ปี หรือเพิ่มจาก 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

สมคิด กล่าวว่า นักธุรกิจจีนสนใจเข้ามาลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนด้านไอซีทีและวิทยาศาสตร์ ซึ่งจีนมีศักยภาพมากและสามารถช่วยยกระดับการค้าในระบบดิจิทัลได้ ขณะที่จีนสนใจโครงการสมาร์ทซิตี้ จ.ภูเก็ต ของไทยมาก รวมทั้งจะร่วมมือกับไทยในการพัฒนาด้านอวกาศและการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายทางอากาศ

นอกจากนี้ จีนสนใจที่จะร่วมมือกับไทยในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร เพื่อตอบโจทย์การผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งไทยมีศักยภาพมาก พร้อมทั้งจะนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากไทย เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และรังนก ภายใต้ความร่วมมือต่างๆ ระหว่างกัน

“นักธุรกิจจีนสนใจที่จะลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งในการเจรจาบิซิเนสแมตชิ่งวันนี้ นักธุรกิจจีนและไทยตกลงการค้าร่วมกัน คิดเป็นมูลค่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะมีการเจรจาบิซิเนสแมตชิ่งในปีหน้าอีก 310 ล้านเหรียญสหรัฐ” สมคิด กล่าว

สำหรับด้านการท่องเที่ยว ไทยและจีนจะขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และได้ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2559 จะเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเป็น 10 ล้านคน จากปีนี้ 7.9 ล้านคน

สมคิด ระบุว่า ในด้านการเงิน จีนได้เพิ่มโควตาให้นักลงทุนจากประเทศสามารถเข้าไปลงทุนในสกุลเงินหยวนในจีนได้ในโควตา 5 หมื่นล้านหยวน

สมคิดยังกล่าวในงานสัมมนา “ไทย-จีน บิซิเนส ฟอรั่ม 2015” โดยตอกย้ำว่า แม้ว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะซบเซาและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย แต่พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 1.57 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมีหนี้ต่างประเทศเพียง 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 43% อัตราเงินเฟ้อต่ำ และมีการว่างงานเพียง 0.9%

“แม้ว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะชะลอตัว แต่ด้วยผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ความมั่นใจผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมกลับมา เห็นได้จากไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จีดีพีของไทยขยายตัวถึง 2.9% เพิ่มขึ้นจาก 0.9% เมื่อช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนไตรมาสสุดท้ายก็เชื่อว่าจะปรับตัวดีขึ้น ทำให้ตัวเลขจีดีพีทั้งปีจะโตได้ 2.9-3% ส่วนปีหน้าจะโต 3.5-4%” สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังปรับโครงสร้างและปฏิรูปเศรษฐกิจ ไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความร่วมมือจากจีน

“ขณะนี้กำลังเกิดยุคที่การพัฒนาเคลื่อนมายังเอเชีย หรือ เอเชีย ไรซิ่ง และข้อต่อที่สำคัญที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ก็คืออาเซียน และหากไทยสามารถปฏิรูปได้จริง โดยการสนับสนุนจากมิตรประเทศ ไทยจะมีศักยภาพสูงขึ้นอีก และจะยังประโยชน์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาวเมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งเป็นกลุ่มที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตรวดเร็ว” สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวว่า ในระยะจากนี้ไปไทยจะมีการลงทุนด้านถนนและระบบราง ซึ่งจีนก็เข้ามาร่วมพัฒนาเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-หนองคายด้วย และในอนาคตหากมีการพัฒนาเส้นทางไปสู่ภาคใต้จะยิ่งก่อให้เกิดประโยชน์กับภูมิภาคนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ซึ่งมีผลผลิตทางการเกษตรที่สมบูรณ์

รองนายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ในขณะที่ประเทศไทยยังมีปัญหาทางการเมือง แต่นักลงทุนจากญี่ปุ่นและนักลงทุนจากจีนยังคงให้ความสนใจประเทศไทย ซึ่งภาพที่ออกไปสู่สายตาชาวโลกจะมีประโยชน์กับประเทศไทยแน่นอน

หวังจิ่นเจิน รองประธานสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน กล่าวว่า ในขณะที่ฝ่ายไทยได้เสนอแผนพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ฝ่ายจีนเสนอโครงการ One Belt One Road ซึ่งทั้งสองเรื่องถือว่ามีนัยสำคัญอย่างมากต่อความร่วมมือระหว่างไทยและจีน และเห็นว่านักธุรกิจควรจะใช้ประโยชน์จากความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีด้านเศรษฐกิจ ด้านการค้า และด้านการลงทุนระหว่างไทย-จีน

“เราในฐานะสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน จะร่วมมือกับไทยผลักดันและยกระดับความร่วมมือการลงทุนระหว่างไทย-จีนต่อไป” หวังจิ่นเจิน กล่าว

ด้าน อุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี และต้องการให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ขณะที่ หิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ ได้ชี้แจงนโยบายส่งเสริมการลงทุนแบบคลัสเตอร์ และการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษกับนักลงทุนจีน โดยที่ผ่านมานักลงทุนจีนตัดสินใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เช่น บริษัทรถยนต์ SAIC ผู้ผลิตรถยี่ห้อ MG บริษัท เซ็นจูรี่ ไทร์ (ประเทศไทย) บริษัท หลิงหลง ยางรถยนต์ (ประเทศไทย) และบริษัท หางโจว จงเช่อ รับเบอร์ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI