
น้ำมันป่วนโลก
ราคาน้ำมันโลกทำสถิติต่ำสุดในรอบ 11 ปี ส่งผลตลาดเงินตลาดทุนป่วน
ราคาน้ำมันโลกทำสถิติต่ำสุดในรอบ 11 ปี ส่งผลตลาดเงินตลาดทุนป่วน
ราคาน้ำมันดิบในตลาดไนเมกซ์ สหรัฐ ได้ลดลงเกือบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปีแล้ว ระหว่างการซื้อขายเมื่อคืนวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยลงไปถึง 34.70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงไปอยู่ที่ 36.70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากการทำสงครามราคาระหว่างกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) กับประเทศนอกโอเปก
ทั้งนี้ ผลจากราคาน้ำมันโลกดิ่งลงกว่า 65% จนต่ำกว่าระดับ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ตลาดตราสารหนี้ที่ต่ำกว่าระดับแนะนำให้ลงทุน (จังก์บอนด์) ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะจังก์บอนด์ในกลุ่มพลังงานมีความเสี่ยงสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้
รอยเตอร์สรายงานอ้างโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (เอสอีซี) ว่า เอสอีซีกำลังหารือกับผู้แทนกองทุนต่างๆ และเฝ้าจับตาสถานการณ์หลังเกิดกรณีกองทุนรวมลงทุนจังก์บอนด์ของบริษัท เธิร์ด แอฟเวนิว แมเนจเมนต์ ปฏิเสธให้นักลงทุนถอนเงินออกและต้องปิดกองทุนขนาด 789 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.84 หมื่นล้านบาท)
ล่าสุด บลูมเบิร์ก รายงานว่า กองทุน ลูซิดัส แคปปิตอล พาร์ตเนอร์ส ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในอังกฤษ เป็นรายล่าสุดที่ต้องปิดกองทุนลงอีกหลังจากนักลงทุนแห่ถอนเงินออก โดยบริษัทระบุว่าจะจ่ายเงิน 900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.24 หมื่นล้านบาท) คืนให้นักลงทุนในเดือนหน้า
การผิดนัดชำระหนี้ของกองทุนจังก์บอนด์ผสมกับความกังวลใจว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกติดลบ และเงินอ่อนค่าลง
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ กล่าวว่า ในช่วงนี้ไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2559 ควรเลี่ยงลงทุนในกองทุนน้ำมันเพราะยังไม่มีปัจจัยบวก
สำหรับกองทุนรวมน้ำมันในไทย ผลดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ขาดทุนเฉลี่ย 36.80% โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกองทุน PowerShares DB Oil Fund ขณะที่ขนาดกองทุนล่าสุดอยู่ที่ 6,802 ล้านบาท จากสิ้นปี 2557 อยู่ที่ 4,117 ล้านบาท
นายวิน คาดว่า ราคาน้ำมันจะกลับมาอยู่ที่ 40-45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2559







