posttoday
รัฐบาลอย่าช้า เร่งนิรโทษกรรมปลายซอย

รัฐบาลอย่าช้า เร่งนิรโทษกรรมปลายซอย

13 ธันวาคม 2558

การเมืองไทยยังเป็นเรื่องให้ต้องเกาะติดต่อจากนี้ ว่าบ้านเมืองจะมีทิศทางเป็นเช่นไรต่อไป ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์

การเมืองไทยยังเป็นเรื่องให้ต้องเกาะติดต่อจากนี้ ว่าบ้านเมืองจะมีทิศทางเป็นเช่นไรต่อไป ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. กะเทาะเปลือกบางส่วนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้ทำแบบสะเด็ดน้ำ โดยเฉพาะความขัดแย้ง 2 กลุ่ม ระหว่างเหลือง-แดง

สมคิด ระบุว่า ถ้ามีการเลือกตั้งวันนี้หรือปี 2560 ก็เหมือนเดิม คือ ปลุกม็อบ ไล่เช็กบิล ไร้กฎกติกา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หวังรัฐธรรมนูญมาแก้ปัญหาเรื่องนี้มันไม่ได้ เพราะทุกวันนี้พรรคการเมืองสองพรรคพร้อมลงเลือกตั้ง และไม่ได้ปรองดองอะไรทั้งสิ้น ซึ่งคิดว่ารัฐบาลทำเรื่องนี้น้อยในสายตา ส่วนจะแก้อย่างไรไม่ทราบได้เพราะไม่ใช่นายกฯ

“ต้องยอมรับว่าการชุมนุมก่อนปี 2557 มีคนตาย ทั้งที่อยู่ในรัฐบาลประชาธิปไตย และไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมด และเชื่อว่าเลือกตั้งสองม็อบกลับมา อยู่ที่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล และเป็นเรื่องปกติไม่มีใครยอมใคร”

สมคิด ขยายความสาเหตุรัฐธรรมนูญแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ได้อย่างยั่งยืน เพราะรัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ความคิดคนได้ แก้ได้เพียงปัญหาโครงสร้างทางการเมืองเท่านั้น ถ้าแก้ความคิดคนต้องใช้เวลา ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยมี 2 อย่าง คือ ซ้ายกับขวา เช่น เหตุการณ์ปี 2508 เสียงปืนลั่นครั้งแรกวันที่ 7 ส.ค. มาสิ้นสุดได้ในรัฐบาลสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ใช้เวลา 10 กว่าปี ถึงแก้ได้

“ผมคิดว่ามีความจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง และเห็นด้วยกับแนวคิด อาจารย์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ในเรื่องการนิรโทษกรรม ผมเคยพูดปลายปี 2557 นายกฯ ควรมีของขวัญปีใหม่ให้คนไทยด้วยการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 1 ม.ค. 2558 แต่ยังไม่ทำจนจะสิ้นปี ซึ่งรัฐบาลอาจไม่เห็นด้วย เพราะมีมุมมองอีกแบบ

...ผมคิดว่าการนิรโทษกรรมจำเป็น เพราะท้ายสุดเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำเรื่องนี้ เพื่อให้คนกลับมา คนยังติดคดีต้องขึ้นศาล ไม่มีทางที่จะทำให้กลับมาเกิดความปรองดองได้ แต่การนิรโทษกรรมต้องไม่สุดซอย ต้องนิรโทษกรรมเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุม ยกเว้นแกนนำก็ว่าไปตามคดี และถ้าถามว่ามาทำตอนนี้ มันช้าไปควรจะดำเนินการให้เร็วกว่านี้”

สมคิด ยอมรับว่า สาเหตุที่ไม่ร่วมร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะทำมาแล้ว 2 ฉบับ ไม่มีความคิดอะไรใหม่แล้ว ควรเปิดโอกาสให้คนใหม่ๆ เข้ามา และด้วยที่เป็นอธิการบดีต้องใช้เวลามาก และที่ไม่พูดหรือพูดน้อย คือ รัฐธรรมนูญปี 2558 จะร่างยากมาก เพราะสมัยที่ร่างปี 2540 ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนตอนนี้ ขณะที่ร่างปี 2550 มีบ้างแต่น้อย

อย่างไรก็ตาม การร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 ยากกว่าเพราะว่าไม่ใช่มีแค่เหลือง แดง แต่มีทหารและคนเกี่ยวข้องมากขึ้น จะเขียนให้เกิดความพอใจต่อทุกกลุ่มมันยากมากๆ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้คนร่างทำงานยากมาก ซึ่งอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างฯ พยายามทำแล้วแต่ล้มเหลว ส่วน มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ก็พยายามทำ แต่ร่างของอาจารย์มีชัย โดยหลักๆ ประชาชนไม่ค่อยสนใจเรื่องสิทธิเสรีภาพ

สมคิด ระบุว่า การร่างรัฐธรรมนูญคนจะสนใจ 3-4 เรื่อง 1.ที่มานายกฯ 2.ที่มา สส.และ สว. และ 3.คปป. และถ้าเอาร่างของอาจารย์มีชัยมากาง ก็ไม่ต่างจากร่างของอาจารย์บวรศักดิ์ คือ หนึ่ง นายกฯ มาจากคนนอกได้ สส.มีปารตี้ลิสต์ผสมเขต สว.มาจากสรรหา หรือเลือกกันเองอะไรก็แล้วแต่ ความจริงต่างกันในรายละเอียด แต่คนมองว่าต้องมาจากการเลือกตั้ง คปป.น่าจะมี แต่จะอยู่ในรูปอะไรก็แล้วแต่ เช่น ศาล หรือกรรมการ ซึ่งก็มีคนเป็นห่วงในเรื่องนี้ กลัวว่ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านเพราะคนไม่เห็นด้วย

“การที่รัฐธรรมนูญจะผ่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาอย่างเดียว ขึ้นกับภาพรวมด้วย เช่น เศรษฐกิจดีหรือไม่ มีการนิรโทษกรรมหรือไม่ พรรคการเมืองอึดอัดมากไปแล้วอยากเลือกตั้งหรือไม่ ปัจจัยเมืองไทยมันมีมากกว่าเนื้อรัฐธรรมนูญแท้ๆ คนไปลงประชามติลงโดยมีอะไรอยู่ในความคิดตัวเอง มากกว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไร”

สมคิด อธิบายว่า ทั้งหมดที่มานายกฯ สส. สว. และ คปป. สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งยังไม่ยุติลง คนร่างและคนถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ต้องมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านอีกสักระยะตามรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ไม่ใช่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว และตามรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ทุกคนต้องมาเล่นกติกาประชาธิปไตยไม่เว้นแม้แต่ทหาร

อธิการบดี มธ. ยอมรับว่า เลือกตั้งไม่ใช่วิธีดีที่สุด ยกตัวอย่างปี 2540 รัฐธรรมนูญให้มี สว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 2 ชุด และพบว่าล้มเหลว ดีในเชิงที่มา ล้มเหลวในเชิงปฏิบัติ แต่ สว.ทำงานได้ดี คือปี 2550 ผสมระหว่างเลือกตั้งและสรรหา ถ้าอ่านข่าวๆ เก่าตั้งแต่ปี 2540-2557 จะพบว่า สว. 2 ชุดในปี 2540 โดนด่ามาก เพราะทำหน้าที่เข้าข้างรัฐบาลตลอด และเมื่อดูตั้งแต่ 2550 เป็นต้นมา ทำงานได้ดีไม่ค่อยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่คนไปวิจารณ์เรื่องลูกผสม แต่ไม่ได้วิจารณ์ว่าทำงานดีหรือไม่

“เราไปศึกษาแต่ละประเทศในโลก เช่น อังกฤษ ต้นแบบประชาธิปไตย สว.ทั้งหมดมาจากการแต่งตั้ง อังกฤษไม่ได้ดูที่มา แต่ดูเนื้อหาทำงานและเป็นที่ยอมรับประชาชนหรือไม่ ที่มาเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราไปเคยชินกับระบบอเมริกาและยุโรป คือ เลือกตั้ง แต่อีกหลายประเทศไม่ได้ทำแบบนั้น แต่มี สว.ทำงานได้ดีพอสมควร แต่ไม่ได้หมายความว่าผมไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบทุกประเภท”

ทั้งนี้ การสรรหาคนดีไม่ใช่เรื่องผิด จะมองว่าเป็นเครือข่ายก็ปกติเลือกตั้งก็ต้องใช้เครือข่าย แต่เป็นเครือข่ายคนละแบบกับระบบสรรหา ถามว่าควรหาคนดีหรือไม่ซึ่งเป็นวาทะกรรม คือ ให้ประชาชนเป็นคนเลือกจะดีไม่ดีประชาชนรับผิดชอบ แต่คิดว่าเป็นปรัชญาสองด้าน แต่ส่วนตัวมองว่ายังต้องหาคนดีให้ได้

วกกลับมาที่การทำงาน 1 ปี ของรัฐบาลที่ผ่านมา หากถามว่าเสียของหรือไม่ สมคิด ระบุว่า เคยพูดว่าการรัฐประหารเมื่อทำแล้ว ตั้งใจพัฒนาและต้องวางรากฐานประเทศไม่ควรอยู่นาน เพราะจากการศึกษา การรัฐประหารหากอยู่นานก็ถูกคัดค้านโดยสภาพ ถามว่า 1 ปีกว่า คสช.ทำอะไรบ้าง เอาตามความรู้สึกและเข้าใจของตัวเอง 1.อย่างน้อยความขัดแย้งในสังคมไทยลดลง ตั้งแต่ปี 2557 ที่ขัดแย้งกันรุนแรง มีการฆ่ากัน ยิงระเบิด ตายหลายคน

2.มาแล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีความพยายามแก้ไขปัญหาที่ซุกใต้พรม เช่น การบิน ประมง และอีกหลายปัญหา แต่อันหนึ่งที่เป็นรูปธรรมและทุกคนชอบแม้ไม่ใช่นโยบายใหญ่โต คือ ควบคุมราคาจำหน่ายหวยไม่เกิน 80 บาท ถือเป็นผลงานใหญ่ของรัฐบาลและคนไทยชอบมาก แต่ไม่ใช่นโยบายสำคัญของการพัฒนาประเทศ

“ผมเห็นความจริงใจที่พยายามทำเรื่องพวกนี้ แต่เราต้องเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ได้ทันทั้งหมดในเวลาปีกว่าๆ เมื่อเทียบให้เกิดความเป็นธรรมกับ คสช. ผมเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มา 4 ปี ผมพยายามทำ 3-4 เรื่อง ทำให้ธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยวิจัย เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน เป็นอินเตอร์ ถามว่า 4 ปีที่ผ่านมา ผมทำได้พอสมควร แต่ใช้ 4 ปี ไม่ใช่ปีเดียว”

ฉะนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเชียร์ให้อยู่ยาว แต่การแก้ปัญหาจริงๆ ต้องใช้เวลา ถ้าเอาตามโรดแมปกลางปี 2560 เชื่อว่าหลายอย่างจะดีขึ้น แต่ไม่มีทางแก้ปัญหาขนาดใหญ่ของประเทศได้ทั้งหมดในระยะเวลาอันสั้น เพราะมีปัจจัยต่างๆ พอสมควรที่ไม่สามารถทำให้เสร็จได้ 100%

อย่างไรก็ดี แม้ส่วนตัวทำงานใน สนช. กฎหมายมี 100 กว่าฉบับ และดีเป็นจำนวนมาก เช่น สื่อลามกเด็ก วันสต็อปเซอร์วิส ทารุณกรรมในสัตว์ และกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานและแก้ปัญหาเรื่องประมง อากาศยาน และต่างๆ ซึ่งคิดว่าทางนิติบัญญัติทำได้ดีมากในสายตาไม่ใช่เพราะเป็น สนช. แต่ดูจากผลงานโดยรวมทำได้มาก และเป็นเรื่องปกติในยามมีสภาเดียวไม่มีฝ่ายค้านและรัฐบาลในสภา กฎหมายก็ออกได้เยอะ

ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ สมคิดมองว่า มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ปัญหาใหญ่มันอยู่ที่เศรษฐกิจโลก ไม่ใช่ในประเทศ ซึ่งคิดว่ารัฐบาลมาถูกทาง พยายามแก้ปัญหารณรงค์ทำเรื่องนั้นจริงจัง แต่จำเป็นต้องมีเวลาเพื่อแสดงผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรมในทุกเรื่อง เพราะที่ผ่านมาปัญหามันหมักหมม เช่น ประมง การบิน และอื่นๆ อีกต้องใช้เวลา ไม่มีทางใช้เวลาแก้ปัญหาได้รวดเร็ว

“ผมไม่มีอะไรฝาก คสช.เพราะรู้ว่าเหนื่อยเยอะ แต่ประชาชนคนไทยตั้งความหวังว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายและนำประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และให้กำลังใจในการฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ โดยเห็นความตั้งใจจริงว่าพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ และหวังว่าแก้ได้เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย แม้จะเป็นบางเรื่อง แต่ คสช.ก็ไม่ควรอยู่ยาวไม่ว่าตำแหน่งไหนทั้งนั้น เพราะไม่เป็นผลดี ถ้าตั้งเป้าไว้กลางปี 2560 ก็ควรไป แต่ถ้าจะแปลงร่างเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ไม่รู้ แต่ถ้าทำตามรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ทุกคนทำได้ ก็ถือว่าเขาทำได้ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องผ่านประชามติ”

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI