
ทำสตาร์ทอัพในไทยยังไม่ง่าย
ในสายตาต่างชาตินั้น ประเทศไทยถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว ด้วยผู้คนที่เป็นมิตร ทิวทัศน์สวยงาม และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม แต่ในมุมมองระบบนิเวศทางเทคโนโลยี และการเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจนั้น ไทยเป็นที่ยอมรับหรือไม่ในสายตาต่างชาติ สิ่งใดเป็นจุดเด่นและสิ่งใดเป็นความท้าทายที่สตาร์ทอัพไทยต้องเจอ
ในสายตาต่างชาตินั้น ประเทศไทยถือเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว ด้วยผู้คนที่เป็นมิตร ทิวทัศน์สวยงาม และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้ม แต่ในมุมมองระบบนิเวศทางเทคโนโลยี และการเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจนั้น ไทยเป็นที่ยอมรับหรือไม่ในสายตาต่างชาติ สิ่งใดเป็นจุดเด่นและสิ่งใดเป็นความท้าทายที่สตาร์ทอัพไทยต้องเจอ
เทคอินเอเชีย เว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่ให้ข้อมูลด้านระบบนิเวศของสตาร์ทอัพในเอเชีย ลงพื้นที่สัมภาษณ์เจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพในไทยต่อคำถามดังกล่าว
วิชานน์ มานะวาณิชเจริญ ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ถามครู แอพพลิเคชั่นด้านการศึกษา ระบุว่า มาตรฐานทางการศึกษาของไทยแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในแต่ละปี
คนไทยอ่านหนังสือน้อยลง เด็กไทยไม่สนใจวิชาเรียน ระบบการศึกษาไม่มีคุณภาพ ขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เท่าเทียม ส่งผลให้เกิดปัญหาทางการศึกษาในประเทศ
นอกจากนี้ คนไทยยังมีพฤติกรรมการบริโภคที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากชาติอื่น คนไทยส่วนใหญ่ชอบของฟรี และแนวคิดเรื่องการซื้อเวลาใช้ไม่ได้ในประเทศไทย คนไทยสามารถยืนรอได้เป็นชั่วโมงเพื่ออวดเพื่อนว่าได้สินค้าดีมีคุณภาพ ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่เลือกที่จะประหยัดเวลาในการใช้จ่าย
ด้าน เจนส์ โพลด์ ประธานบริหารและผู้ต่อตั้ง จ็อบนิสิต เว็บไซต์หางานในไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเปลี่ยนงานของพนักงานที่อายุยังน้อยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก เด็กจบใหม่ส่วนใหญ่มักจะตื่นตระหนกและต้องการมีงานทำเร็วที่สุด ทำให้ได้งานที่ไม่เหมาะกับทักษะที่มี หรือไม่ความหลงใหลในงานที่ทำ ขณะเดียวกันบริษัทจำนวนมากไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงาน
ดังนั้น การสรรหาพนักงานที่มีทักษะเหมาะสมและมีความหลงใหลในงานที่ทำ จะช่วยสร้างรากฐานของสตาร์ทอัพให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และส่งผลดีต่อการขยายธุรกิจในระยะยาว รวมถึงการแข่งขันกับธุรกิจอื่นด้วย
ขณะที่ นิวตัน พูล ผู้ก่อตั้ง แซนเนอร์ เว็บไซต์ประมูลสินค้า ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางในการซื้อขาย ระบุว่า คนไทยใช้ชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์มากเกินไปในแต่ละวัน โดยเลือกแสดงออกผ่านโลกออนไลน์มากกว่าการเผชิญหน้า
นอกจากนี้ สตาร์ทอัพในไทยมีจำนวนเยอะมากเหมือนฟองสบู่ ยากต่อการสร้างธุรกิจให้โดดเด่น ส่วนความภักดีต่องานที่ทำก็ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง โดยไทยมีความเป็นอนุรักษนิยมอยู่มาก เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
อย่างไรก็ดี เทคอินเอเชีย ระบุว่า แม้อุปสรรคในการเริ่มสตาร์ทอัพในไทยจะมีอยู่มาก แต่ก็ต้องยอมรับว่า ไทยถือเป็นประเทศที่เปิดโอกาสให้กับสตาร์ทอัพหน้าใหม่อยู่เสมอ ยิ่งสตาร์ทอัพที่เข้าใจวัฒนธรรมตลาดและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยมากเท่าไร จะยิ่งประสบความสำเร็จในธุรกิจมากเท่านั้น







