
บุคคลข้ามเพศไทยร่วมมือต้านโรคเอดส์
เมื่อกล่าวถึงไทย คงมีคำนิยามที่นึกถึงแตกต่างกันออกไป อย่างที่เห็นได้ชัดคือ “เลดี้ บอย” หรือสาวประเภทสอง ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นลักษณะเด่นของสังคมไปแล้ว
เมื่อกล่าวถึงไทย คงมีคำนิยามที่นึกถึงแตกต่างกันออกไป อย่างที่เห็นได้ชัดคือ “เลดี้ บอย” หรือสาวประเภทสอง ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นลักษณะเด่นของสังคมไปแล้ว
เว็บไซต์ชาแนลนิวส์เอเชีย เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนไทย เป้าหมายส่วนใหญ่มักอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี ทว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะสามารถระบุได้ว่าผู้หญิงที่เห็นเป็นหญิงแท้หรือสาวประเภทสอง สถานที่ดังกล่าวเปรียบเหมือนศูนย์กลางของสาวประเภทสอง
ปัจจุบันพัทยามีสาวประเภทสองกว่า 5,000-6,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมบริการ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการให้บริการทางเพศ รวมทั้งเป็นแหล่งระบาดของเชื้อเอชไอวีด้วย รวมถึงยังพบว่าบุคคลข้ามเพศยังขาดความรู้เรื่องเชื้อเอชไอวี อย่างการให้คำปรึกษาทางด้านร่างกายและจิตใจ
โจหว่อง ผู้บริหารเครือข่ายบุคคลข้ามเพศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า บุคคลข้ามเพศเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ ความรุนแรง และขาดโอกาสในการรับการรักษาทางการแพทย์ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บุคคลข้ามเพศเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีมากขึ้น
ดังนั้น ในปี 2004 กลุ่มบุคคลข้ามเพศจึงตั้งมูลนิธิซิสเตอร์ขึ้น เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีและให้ความช่วยเหลือในการรักษา โดยมุ่งเน้นยกระดับความรู้ในเรื่องเชื้อเอชไอวี ก่อนที่เอชไอวีจะพัฒนาสู่ระยะที่เรียกว่า “เอดส์” หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
นอกจากมูลนิธิดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีแล้ว ยังจัดการกับประเด็นปัญหาที่มักพบเป็นประจำ อย่างการให้ฮอร์โมนทดแทน รวมไปถึงการไม่ได้รับความเท่าเทียมในสังคม
ขณะเดียวกัน เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา สภากาชาดยังได้จัดตั้ง “แทนเจอรีน” ศูนย์สุขภาพสำหรับชุมชนคนข้ามเพศในไทยขึ้น ด้วยความหวังว่าสถานที่ดังกล่าวจะช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี รวมทั้งช่วยให้ผู้ติดเชื้อได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคม
องค์การเอดส์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอดส์) ระบุว่า ในปี 2014 ที่ผ่านมา ประชากรกว่า 36.9 ล้านคนทั่วโลก ได้รับเชื้อเอชไอวี ซึ่งราว 6 แสนคน อาศัยอยู่ในอินโดนีเซียและ 4.5 แสนคน อยู่ในไทย แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีสูงที่สุด
ยูเอ็นเอดส์ ยังเปิดเผยอีกว่า ในบางปีผู้ติดเชื้อเอชไอวีใน จ.ชลบุรี ของไทย สูงถึง 12.7% โดยส่วนใหญ่พบในย่านชุมชนเมือง รวมถึงวัยรุ่นกลุ่มชายรักชาย
ปัจจุบันประชากรกว่า 17 ล้านคน ไม่ทราบว่าได้รับเชื้อเอชไอวี ขณะที่ผู้ติดเชื้อกว่า 22 ล้านคน ขาดการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์
ทั้งนี้ สมาชิกจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้หลายประเทศร่วมมือยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีภายในปี 2030 รวมทั้งยูเอ็นเอดส์ ยังสนับสนุนให้มีการพัฒนา “กลยุทธ์จัดการแบบเร่งด่วน” เพื่อให้ผู้นำประเทศทั่วโลกบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้







