posttoday
ไพบูลย์ซัดนปช.เคลื่อนไหวปมราชภักดิ์หวังผลการเมือง

ไพบูลย์ซัดนปช.เคลื่อนไหวปมราชภักดิ์หวังผลการเมือง

01 ธันวาคม 2558

พล.อ.ไพบูลย์เชื่อนปช.หวังผลการเมือง นำประเด็นการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ไปโยงคดี 112 แจงศอ.ตช.ขอหลักฐานจากทบ.แล้ว

พล.อ.ไพบูลย์เชื่อนปช.หวังผลการเมือง นำประเด็นการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ไปโยงคดี 112 แจงศอ.ตช.ขอหลักฐานจากทบ.แล้ว

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์นั้น ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) จะเดินหน้าตรวจสอบไม่มีข้อยกเว้น และยอมรับว่าการตรวจสอบช้ากว่าความต้องการของประชาชน จนส่งผลกระทบถึงรัฐบาล และขอตั้งข้อสังเกตการออกมาเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่าหวังผลทางการเมือง โดยนำประเด็นการตรวจสอบอุทยานราชภักดิ์ไปโยงกับคดี 112 ซึ่งต้องแยกให้ชัดระหว่างการใช้งบประมาณ กับเงินบริจาค และการหักหัวคิว ว่าใครเป็นคนทำให้เกิดหัวคิว และใครเป็นคนได้รับประโยชน์จากหัวคิว โดยไม่เอาไปพันกับคดี 112 

"การตรวจสอบต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เอาความรู้สึกหรือคำพูดมาวัด ที่ผ่านมาตนเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่มีหลักฐานนำมายื่นให้ศอตช. แต่ก็ไม่มีใครนำหลักฐานมายื่น มีเพียงคำพูดให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น"พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูบลย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้หน่วยตรวจสอบของศอตช.ได้ทำหนังสือขอเอกสารหลักฐานโครงการอุทยานราชภักดิ์์ไปยังกองทัพบกแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอย่างไร คาดว่าจะมีการจัดส่งเอกสารให้ภายในกรอบเวลา ซึ่งไม่ปล่อยให้เนิ่นช้าเกินไป  ทั้งนี้ได้ย้ำให้ศอตช.ตรวจสอบกรณีนี้ในมาตรฐานเดียวกับการตรวจสอบทุจริตเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องห้วงเวลาต้องไม่ให้ล่าช้าเกินไป เพราะตนต้องการว่าประชาชนต้องการให้จบ ซึ่งต้องยอมรับว่าการตรวจสอบต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน ยืนยันทำตามหน้าที่ 100 %  ถ้าพบความผิดตนไม่เอาไว้แน่

พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมกันป้องปรามการทุจริต ซึ่งมีรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น นายกสันนิบาติเทศบาล นายกสมาคมองค์การบริหารส่วาจังหวัด นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล  ว่า  ต้องยอมรับว่ามีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากที่สุด ถึง 1 ใน 3 ดังนั้นจึงได้เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อวางแนวทางป้องกัน  โดยเฉพาะปัญหาการใช้ดุลพินิจในการใช้งบประมาณ ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ไม่ชัดเจน ทำให้มีการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์ ความตั้งใจดีกลายเป็นปัญหาจนทำให้ต้องหลุดจากตำแหน่ง หลังจากนี้หากมีปัญหาขัดข้องให้ส่งเรื่องมายังศอตช. โดยตรง

"ส่วนของคำสั่งทางปกครองให้ย้ายผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีปัญหาถูกร้องเรียน ขอให้ส่งหลักฐานเข้าชี้แจง หากชี้แจงได้ก็พร้อมจะคืนตำแหน่งให้ แต่กระบวนการยุติธรรมทางศาลยังต้องดำเนินการต่อไปจนสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ภายหลังการหารือร่วมกัน  ศอตช.จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบโครงการต่างๆขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป หากพบความผิดจะใช้มาตรา 44 ดำเนินการโยกย้ายออกจากตำแหน่ง  เป็นบัญชีที่ 3 และ 4 ต่อไป"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้