
ไทยประสบปัญหาอุตสาหกรรมเรื้อรัง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเผชิญปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทั้งปัญหาด้านความปลอดภัยทางการบิน และปัญหาด้านแรงงานในภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อาทิ ประมง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเผชิญปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทั้งปัญหาด้านความปลอดภัยทางการบิน และปัญหาด้านแรงงานในภาคอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อาทิ ประมง
การที่ต่างประเทศเข้ามาตรวจสอบในภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นประมงหรือการบิน ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาลเป็นอย่างมาก ในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ทางการทูต และการค้ากับต่างชาติ โดยเฉพาะชาติตะวันตก
ก่อนหน้านี้ บริษัท เนสท์เล่ เอส.เอ บริษัทผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ได้เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า ห่วงโซ่อุปทานในภาคอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทย มีการใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายจริง ยิ่งเป็นการกดดันให้รัฐบาลไทยเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งภาคอุตสาหกรรมประมงไทยมีมูลค่าราว 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1 แสนล้านบาท) โดยขณะนี้ปัญหาดังกล่าวยังเป็นปัญหาที่เรื้อรังกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ การศึกษาร่วมกันของกลุ่มสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานของ สเวดวอตช์ และฟินน์วอตช์ เปิดเผยว่า แรงงานจากกัมพูชาและเมียนมาถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว รวมทั้งยังถูกยึดหนังสือเดินทาง และโดนเอาเปรียบค่าแรง
ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้เร่งจัดระเบียบอุตสาหกรรมประมงไทย ทว่าธุรกิจประมงบางรายไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล โดยอ้างว่ามาตรการที่ใช้ไม่มีความยุติธรรม อย่างไรก็ดี รัฐบาลจะยังคงดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ต่อไป พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเรือประมงและโรงงานผลิตอาหารทะเลไทยด้วย
ด้านสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยระบุว่า ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก โดยในแต่ละปีมีการส่งออกอาหารทะเลไปยังสหภาพยุโรป (อียู) มูลค่ากว่า 575-730 ล้านยูโร (ราว 2.1-2.7 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่อุตสาหกรรมการบินยังคงเผชิญกับการปรับลดมาตรฐานการบินของไทยจากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (เอฟเอเอ) โดยมีการปรับลดมาตรฐานการบินไทยลงจากประเภทที่ 1 สู่ประเภทที่ 2 ทั้งี้ เอฟเอเอให้เวลาไทย 65 วันในการปรับปรุงมาตรฐานการบิน
นอกจากนี้ เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) ยังได้ปรับลดลอันดับความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยของกรมการบินพลเรือนไทย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างมาก
“รัฐบาลควรพยายามปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรม อาจดูเหมือนว่าต้องใช้เวลานานและไม่สามารถจัดการให้สำเร็จได้ในทันที แต่ผมคิดว่าความพยายามดังกล่าวจะทำให้ไทยสามารถหลีกเลี่ยงการโดนแบนในอุตสาหกรรมบางประเภทได้” ราหุล บาจอเรีย นักเศรษฐ ศาสตร์ จากธนาคารบาร์เคลย์ แคปิตอล สิงคโปร์ ระบุ
อย่างไรก็ดี ในเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการตัดสินมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งภาคการประมงและการบินจากองค์การที่เกี่ยวข้อง







