
โลกร้อนๆ
วันนี้ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่กรุงปารีสอีกครั้งค่ะ หลังจากที่เกิดระเบิดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย.เป็นต้นมา เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือ COP 21 เริ่มต้นขึ้น โดยฝรั่งเศสรับบทเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาเป็นพิเศษ
วันนี้ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่กรุงปารีสอีกครั้งค่ะ หลังจากที่เกิดระเบิดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 13 พ.ย.เป็นต้นมา เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือ COP 21 เริ่มต้นขึ้น โดยฝรั่งเศสรับบทเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาเป็นพิเศษ
พอพูดถึงการประชุมโลกร้อน หลายคนก็อาจเบือนหน้าหนี บ้างก็ว่าเป็นเรื่องเชิงวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเชิงเทคนิค บ้างก็ว่าประชุมกันทุกปีแต่ก็ไม่เห็นได้อะไร นี่ถ้าไม่มีการประท้วงใหญ่เรียกแขกที่สร้างสีสัน สร้างกระแสได้ ก็อาจจะยิ่งไม่มีคนสนใจ
หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่แต่ละประเทศต้องจ่ายงบประมาณกันไปไม่น้อย แห่กันขนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ไปร่วมประชุมกันในแต่ละปีนั้นเพื่อต้องการอะไรกันแน่
ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ทั่วโลกต้องการข้อตกลงร่วมกัน 1 ฉบับ เป็นบรรทัดฐานจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นตัวการของภาวะโลกร้อน เพื่อควบคุมไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงเกินกว่า 2 องศาเซลเซียส
ปัจจุบันอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 0.8% แต่มีการคาดการณ์กันว่า หากโลกยังตะบี้ตะบันผลิตและบริโภคกันอย่างไม่มีการควบคุมสิ่งแวดล้อม ก็อาจทำให้อุณหภูมิของโลกในสิ้นทศวรรษที่ 21 สูงขึ้นไปถึง 2.6-4.8 องศาเซลเซียส
ถ้าร้อนไปถึงขั้นนั้นหรือเพิ่มไปเพียงแค่ 1 องศาเซลเซียส ก็เตรียมรับหายนภัยพิบัติทางธรรมชาติได้เลยค่ะ เพราะหมายถึงทั่วโลกจะเกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศและภัยพิบัติรุนแรงขึ้นกว่าเดิม น้ำจะท่วมบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนหน้าแล้งก็จะแห้งผากยิ่งกว่าเดิม อย่าว่าแต่น้ำทำการเกษตรเลย น้ำกินน้ำใช้ก็อาจถึงขั้นต้องใช้มาตรการปันส่วนกัน
นี่คือหายนะทางอนาคตที่เริ่มมาเยือนแล้ว จากปรากฏการณ์เอลนินโญที่รุนแรงขึ้น ทำให้ปี 2015 นี้เป็นปีที่ได้รับการบันทึกแล้วว่าร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ และทำให้รัฐบาลหลายประเทศเริ่มกักตุนสต๊อกสินค้าเกษตร เพราะหน้าแล้งนี้จะสาหัสกว่าเดิมแน่นอน
บ้านเราเองก็ขอความร่วมมืองดทำนาปรังกันไปแล้ว และยังไม่รู้ว่าจะมีผลต่อสงกรานต์ที่จะถึงนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะเบื้องต้นยูเอ็นแว่วมาว่า ปี 2016 อาจร้อนแล้งทุบสถิติยิ่งกว่าปีนี้
เวทีประชุมโลกร้อนจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพียงแต่ในระดับผู้นำประเทศนั้น มันมีอะไรมากกว่าเรื่องหนาวๆ ร้อนๆ อีกเยอะ
เพราะการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังหมายถึงการจำกัดอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศ ที่ส่งผลต่อการจ้างงานและจีดีพีตามมา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมสหรัฐจึงไม่เคยลงนามในพิธีสารเกียวโต และเหตุใดการออกข้อตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ให้มีผลบังคับใช้ในทางกฎหมาย จึงเป็นเรื่องยากที่ทำให้เวที COP 21 เสี่ยงต่อความล้มเหลวอีกครั้ง







