
มรสุมกระหน่ำ คสช.วิบากกรรมยาวข้ามปี
เข้าสู่ช่วงปลายปีหลายฝ่ายจับจ้องไปยังมหกรรมคืนความสุขจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เข้าสู่ช่วงปลายปีหลายฝ่ายจับจ้องไปยังมหกรรมคืนความสุขจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จังหวะเดียวกับที่รัฐบาลประกาศจองคิวยาว 3 วัน สำหรับการแถลงผลงาน 1 ปี ช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ ทั้งการจัดนิทรรศการของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน ต่อจากนั้นจะให้รองนายกฯ ในแต่ละด้านทยอยแถลงผลงานในส่วนที่ได้รับผิดชอบ และปิดท้ายด้วยการแถลงผลงานของนายกฯ โดยสรุป
ทว่างานนี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าอย่างที่ตั้งใจ เมื่อ “ผลงาน” ที่ผ่านมายังไม่เข้าตา หลายเรื่องยังเป็นปัญหา ขณะที่อีกหลายเรื่องยังล่าช้า และอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ
แต่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นอยู่ตรง “มรสุม” หลายลูกที่ประดังเข้ามารุมกระหน่ำ ทั้งรัฐบาลและ คสช.ในช่วงปลายปี และมีแนวโน้มจะลากยาวต่อไปจนถึงปีหน้า
จนทำให้นอกจากจะไม่อาจเร่งปั๊มผลงานเรียกความเชื่อมั่นแล้ว อีกด้านยังเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นแถมหากตั้งรับไม่ดีอาจทำให้ คสช.อยู่ไม่ถึงปลายโรดแมปอย่างที่ตั้งใจ
เริ่มตั้งแต่มรสุมลูกแรก คือกลุ่มสร้างความปั่นป่วนที่เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกรอบหลังถูกจับตาจนขยับได้ยาก กระทั่งวันนี้ชื่อของ “ขอนแก่นโมเดล” กลับมาสู่เรดาร์ของหน่วยความมั่นคงอีกรอบ
ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ออกมายอมรับว่ามีการควบคุมตัวผู้ที่เตรียมก่อการปั่นป่วนงานปั่นเพื่อพ่อได้ที่ จ.ขอนแก่น พร้อมหลักฐานมัดแน่น ทั้งข้อความที่เขียนด้วยลายมือและมีการส่งผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์
เป้าหมายเป็นการสร้างสถานการณ์ที่กรุงเทพฯ ที่นอกจากสร้างความปั่นป่วนแล้ว ถึงขั้นวางแผนเตรียมการที่ประทุษร้ายบุคคลสำคัญทางการเมือง 2 คน
ไม่ว่าจะถูกวิจารณ์ว่าเป็นการจัดฉากหรือกลบข่าวอุทยานราชภักดิ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแต่ตอกย้ำถึงความพยายามสร้างสถานการณ์ที่ยังมีอยู่ ที่สำคัญเหตุป่วนหลายครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่ระเบิดลูกแรกที่ทางเชื่อมรถไฟฟ้าสยามพารากอนก็ยังไม่อาจติดตามตัวคนผิดมาดำเนินคดีได้ ซึ่งนั่นย่อมไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล
มรสุมลูกต่อมาคือ “แผลใหม่” กับเงื่อนงำความไม่โปร่งใสของอุทยานราชภักดิ์ที่กำลังถูกถล่มอย่างรุนแรง และไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ ยิ่งพัวพันไปถึงเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นย่อมสั่นคลอนความเชื่อมั่นของ “กองทัพ” กระทบชิ่งมาถึง คสช. ที่ประกาศเอาจริงกับการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง แต่สุดท้ายกลับต้องมาพัวพันเรื่องนี้ซะเอง
งานนี้แม้ทางกองทัพจะพยายาม “ตัดตอน” จบเรื่องอย่างรวดเร็วด้วยผลสอบของคณะกรรมการชุด พล.อ.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เป็นประธาน ที่ได้ข้อสรุปว่าทุกอย่างโปร่งใสทำถูกต้อง
ขัดกับความรู้สึกของสังคมที่ยังสงสัยทั้งเรื่องหัวคิวที่มีการยอมรับจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ก่อนหน้านี้ว่า สุดท้ายเงินก้อนนี้ถูกบริจาคกลับมาเรียบร้อย ไปจนถึงเรื่องเงินค่าโต๊ะจีน ค่าต้นไม้อันแพงระยับ
จนกระทรวงกลาโหมต้องตั้ง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดฯ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการชุดนี้จะสืบหาข้อเท็จจริงอีกรอบ ยังไม่รวมกับอีกฝ่ายร่วมกันสืบหาข้อเท็จจริง ทั้งทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
แถมยังมีแนวร่วมทั้งจาก เสื้อแดง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ออกมาตั้งป้อมคอยกระทุ้งเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคงต้องรอดูว่าผลการสอบสวนจากแต่ละหน่วยงานจะออกมาอย่างไร และจะมีคำอธิบายหรือการเอาผิด การแสดงความรับผิดชอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างไร เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่เปราะบางและสั่นคลอนเสถียรภาพของ คสช.อย่างมาก
มรสุมลูกใหญ่อีกลูกคือเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่ยังเป็นงานหินของรัฐบาล คสช. แม้จะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจกันยกชุด แต่สัญญาณหลายอย่างยังไม่ดีขึ้นอย่างที่ตั้งเป้าไว้ ยังไม่รวมกับปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ
โดยเฉพาะราคายางที่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐประหาร มาตรการเยียวยาที่ผ่านมาถูกมองว่าไม่ตรงจุด และไม่ยอมรับจากชาวสวนยาง
ล่าสุด ราคายางตกลงมา กก.ละ 16 บาท จนทำให้สถิติการฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอตายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-23 พ.ย. 2558 ใน จ.บึงกาฬ มีมากกว่า 14 ราย โดยมีการเขียนจดหมายลาตายไว้ 8 ราย และมีเหตุจากราคายางพาราตกต่ำนั้น หากยังไม่เร่งแก้ไขนี่จะเป็นชนวนสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต
ยังไม่รวมกับเรื่องร้อนเฉพาะหน้าอย่างร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายประเด็นถูกค้านจนห่วงว่าอาจทำให้ไม่ผ่านประชามติในอนาคตได้
ยิ่งกว่านั้นอาจกลายเป็นชนวนที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. หากพบว่าเนื้อหาหลายส่วนมีการหมกเม็ดประเด็นการสืบทอดอำนาจ หรือต่อท่อไว้ให้ คสช.เข้ามาแทรกแซงในอนาคต
เวลานี้จึงเป็นช่วงเปราะบางของ คสช. ที่เต็มไปด้วยมรสุมรุมเร้า







