
ยกฟ้องตร.ทุบม็อบต้านท่อก๊าซ
ยันรัฐปฏิบัติสมควรกับเหตุ ชาวบ้านอุทธรณ์-พร้อมสู้3ศาล
ยันรัฐปฏิบัติสมควรกับเหตุ ชาวบ้านอุทธรณ์-พร้อมสู้3ศาล
ศาลพิพากษายกฟ้องตำรวจสลายการชุมนุมค้านท่อก๊าซไทย-มาเลย์
ศาลจังหวัดสงขลาพิพากษายกฟ้อง คดีที่กลุ่มคัดค้านท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีสลายการชุมนุมหน้าโรงแรมเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2545 ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านกำลังเดินขบวนไปยังโรงแรม ซึ่งกำลังมีการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยศาลเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติสมควรแก่เหตุ
สำหรับ ผู้ถูกฟ้องประกอบด้วยพล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.ต.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ในขณะนั้น พร้อมพวกรวม 6 คน ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ที่สมควรแก่เหตุ ฝ่ายโจทก์ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานให้เห็นว่าจำเลยแต่ละรายกระทำผิดอย่างไร และเชื่อใน
หลักฐานของจำเลยที่อ้างถึงความจำเป็นต้องสลายการชุมนุม จึงพิพากษายกฟ้อง
ด้าน น.ส.ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความศูนย์ข้อมูลชุมชน ในฐานะทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า ศาลได้ให้เหตุผลในการยกฟ้องว่าหลักฐานไปไม่ถึงจำเลย ในกรณีของจำเลยที่ 1 คือ พล.ต.อ.สันต์ ศาลเห็นว่าไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบในกรณีนี้เนื่องจากการกำหนดแผนรักษาความปลอดภัยในวันเกิดเหตุเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 คือ พล.ต.ต.สัณฐาน ในการดูแลกำกับแผน จำเลยที่ 1 จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ขณะที่ พล.ต.ต.สัณฐาน นั้น ศาลได้ให้น้ำหนักกับหลักฐานฝ่ายจำเลยมากกว่า เนื่องจากมีผู้ชุมนุมได้มาล้อมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการชุมนุมคล้ายกันเกิดขึ้นมาก่อนถึง 2 ครั้ง ศาลจึงเห็นว่าการสลายการชุมนุมจึงสมควรแก่เหตุ
ด้านจำเลยอื่นๆ ที่เหลือ ซึ่งศาลยกฟ้องด้วยนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องในการสลายการชุมนุม ศาลมองว่าเป็นเพียงผู้รับคำสั่งและปฏิบัติตามหน้าที่ตามคำสั่งเท่านั้น
ทั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านที่เป็นโจทก์ร่วมกัน 25 คน เตรียมจะยื่นอุทธรณ์และประกาศว่าพร้อมจะต่อสู้คดีจนถึงชั้นฎีกา
นายบรรจง นะแส หนึ่งในโจทก์คดีนี้ กล่าวว่า จากนี้ได้ปรึกษากับทีมทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นตามขั้นตอนต่อไป และจะต่อสู้จนครบ 3 ศาล เพื่อหาผู้รับผิดชอบต่อการใช้กำลังสลายการชุมนุม เพราะทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินต้องเสียหาย
“ในคดีที่ตำรวจฟ้องผู้ชุมนุมศาลฎีกาได้ยืนยันความยุติธรรมให้กับชาวบ้านแล้วว่าการชุมนุมสงบและใช้สิทธิอย่างสันติ ยืนยันว่าจะอุทธรณ์ต่อไป” นายบรรจง กล่าว
อนึ่ง เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2558 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาคดีในเหตุการณ์เดียวกันนี้ แต่เป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นฟ้องชาวบ้าน 32 คน ข้อหาชุมนุมอย่างไม่สงบและพวกพาอาวุธในขณะชุมนุม โดยศาลพิพากษายกฟ้องทั้งหมด
นายรอเฝด หัดยุมสา หนึ่งในโจทก์ผู้ฟ้องคดี ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธตีเข้าที่นิ้วมือจนพิการ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ โดยได้เข้ามาสลาย
การชุมนุมทั้งๆ ที่ตัวแทนรัฐบาลในขณะนั้นได้เจรจาและมีข้อตกลงให้ชาวบ้านรอยื่นหนังสือแล้ว







