posttoday
ยึดโมเดลญี่ปุ่น ดึงทุนจีน

ยึดโมเดลญี่ปุ่น ดึงทุนจีน

28 พฤศจิกายน 2558

ปฏิบัติการยกทัพรัฐมนตรีเศรษฐกิจนักลงทุนรายใหญ่เอสเอ็มอีของไทยไปร่วมทีมโรดโชว์ญี่ปุ่นระหว่างวันที่25-28พ.ย.2558

ปฏิบัติการยกทัพรัฐมนตรีเศรษฐกิจนักลงทุนรายใหญ่เอสเอ็มอีของไทยไปร่วมทีมโรดโชว์ญี่ปุ่นระหว่างวันที่25-28พ.ย.2558 ของสมคิดจาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีหากพิจารณาในมิติที่มีนักลงทุนญี่ปุ่นเข้าร่วมงานสัมมนา“Thailand’sNewEconomicPolicies”ในหัวข้อThailand:MovingForwardtoSustainableGrowthกว่า1,000คน

ขณะที่ในเวทีการประชุมHighLevelJointCommittee(HLJC)ระหว่างทีมคณะรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจด้านการค้าการลงทุนท่องเที่ยววิทยาศาสตร์ของทั้งสองประเทศที่ได้มีการหารือกับชินโสะอาเบะนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นแบบเต็มคณะก็สะท้อนถึงความเข้มข้นของพลังแห่งความร่วมมือระหว่างประเทศ

เนื่องจากปกติแล้วในการเจรจาหารือในเวทีHLJCญี่ป่นุจะตีกรอบเฉพาะกระทรวงกับกระทรวงแต่รอบนี้ถือว่าเป็นการเปิดกว้างในการหารือความร่วมมือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

คำประกาศในงานสัมมนาของรองนายกฯสมคิดว่า“ผมเลือกที่จะมาญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกเพราะต้องการจะบอกต่อท่านว่าท่านคือนักลงทุนคือมหามิตรที่ไทยให้ความสำคัญสูงยิ่งผมมายืนยันกับท่านว่าจะดูแลพวกท่านทั้งหลายอย่างดีที่สุดและที่สำคัญที่สุดคือความต้องการที่จะยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจากการเป็นคู่ค้าค่ลูงทุนที่ใกล้ชิดส่กูารเป็นห้นุส่วนทางเศรษฐกิจที่แท้จริงผมเชื่อว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะยังประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและยังจะเอื้อประโยชน์ต่อประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้”สะท้อนออกมาให้เห็นจากสิ่งที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้การต้อนรับทีมโรดโชว์ของไทย

ขณะที่อาเบะก็ได้ยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนไทยในการทำการศึกษาผลดีผลเสียในการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(ทีพีพี)การสนับสนุนการลงทุนใน10อุตสาหกรรมที่จะเป็นอนาคตประเทศการร่วมกันพัฒนาระบบรางและการพัฒนาเอสเอ็มอีของไทยอย่างเต็มที่

เมื่อเดนิทางกลบัไปประเทศไทยสมคดิบอกว่าจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ที่เกี่ยวข้องกับทีพีพีโดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นแกนกลางกระทรวงอุตสาหกรรมกระทรวงแรงงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆเพราะทีพีพีเป็นเรื่องสำคัญที่ญี่ปุ่นสอบถามเข้ามามากเพราะเขาเพิ่งจะเข้าเป็นสมาชิกและประเทศไทยก็เป็นฐานการผลิตในซัพพลายเชนที่สำคัญของญี่ปุ่นเขาจึงอยากให้เราอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน

“ที่มาญี่ปุ่นเพราะจุดนี้สำคัญที่สุดในการลงทุนแต่ประเทศจีนก็มีหลายธุรกิจที่สำคัญเช่นอุตสาหกรรมไฮเทคเทเลคอมและในการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและจีน(JC)ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนธ.ค.2558เราอยากให้ทางจีนนำนักธุรกิจมาร่วมประชุมกับไทยด้วยและการร่วมเป็นพันธมิตรทางด้านการค้าการลงทุนกับแต่ละประเทศจะต้องเน้นเป็นด้านๆไปไทยจะเน้นเพียงแต่ไปขายข้าวไปขายยางผมไม่ไปแล้ว”สมคิดกล่าว

แนวทางที่สมคิดประกาศออกมาสะท้อนให้เห็นว่ารูปธรรมในการเจรจาหารือกันและใช้โอกาสในเวทีใหญ่ชี้แจงแนวทางที่ประเทศไทยกำลังจะปฏิรูปด้านการลงทุนและจะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นพิเศษให้กับอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์หลักของประเทศในรูปแบบคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายนั้นบรรลุผล

ขณะเดียวกันผลสัมฤทธิ์จากการลงนามความร่วมมือในโครงการรถไฟไทย-ญี่ปุ่นในเส้นทางกาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-สระแก้ว-แหลมฉบังที่จะเริ่มมีการขนส่งสินค้าจริงในกลางปี2559

รวมไปถึงการลงนามความร่วมมือระหว่างยุทธศักดิ์สุภสรผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น(เจโทร)การลงนามกับสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่น(จาต้า)และการลงนามร่วมกับสถานีโทรทัศน์อาซาฮีเพื่อส่งเสริมความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทย2ล้านคนภายในปี2563หรือไม่ต่ำกว่า10%ของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศจากที่ปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาไทยปีละ1.3ล้านคนและการให้ความรู้ด้านสินค้าโอท็อปของไทยตลอดจนถึงการจับคู่ทางธุรกิจของนักลงทุนไทยกับญี่ปุ่นอาจเป็นกระดานหกครั้งสำคัญของไทย

ไม่แน่ว่าความสำเร็จในการโรดโชว์กับประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้จะเป็นแรงเหวี่ยงสำคัญของพลังการต่อรองของรัฐบาลไทยในการเจรจาความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนกับประเทศจีนที่รัฐบาลไทยปักธงในด้านดึงจีนมาลงทุนในโครงการรถไฟสายหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุดและแก่งคอย-กรุงเทพฯระยะทาง873กม.เพื่อเชื่อมโยงกับรถไฟจีน-ลาวที่หนองคาย-เวียงจันทน์ที่ปัจจุบันเงินลงทุนบานปลายไปถึง5แสนล้านบาทจากเดิม4แสนล้านบาทและการที่จีนตั้งเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ไว้สูงลิ่ว2.5%

สมคิดสรุปอย่างมั่นใจว่าการเดินทางมาโรดโชว์ในประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเห็นได้จากสัญญาณการตอบรับที่ดีหลายๆด้านจากนักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งมาลงทุนในไทยกว่า40%เข้ามาร่วมฟังยุทธศาสตร์การลงทุนของไทยและเพื่อให้การทำงานเดินหน้าไปอย่างรวดเร็วได้สั่งการให้รมว.อุตสาหกรรมและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ให้ทำงานในเชิงรุกทันทีเพราะเมื่อนักลงทุนญี่ปุ่นได้ให้การตอบรับที่ดีเช่นนี้หน่วยงานของไทยก็ต้องติดตามและชักชวนให้เขาเข้ามาลงทุนโดยเร็วที่สุด

ดังนั้นสิ่งแรกที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆที่มาโรดโชว์ในครั้งนี้ต้องทำคือการตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามความก้าวหน้าจากเรื่องที่ได้มาโรดโชว์ในครั้งนี้ขณะที่บีโอไอก็ต้องวางแผนในการไปโรดโชว์ในประเทศต่อไปที่มีอุตสาหกรรมที่ตรงกับความต้องการเป้าหมายที่วางแผนไว้จะเฉื่อยไม่ได้ประเทศเป้าหมายที่จะเดินทางไปโรดโชว์ดึงเงินลงทุนในช่วงเวลา1ปีครึ่งคือเยอรมนีเกาหลีใต้อินเดีย

ภารกิจพิชิตใจนักลงทุนของรัฐบาลสำเร็จแค่ไหนไม่นานรู้...

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน