
ไทย-จีน ซ้อมรบกระชับมิตรแน่นแฟ้น
นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทีมเศรษฐกิจของไทย เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เรียกความสนใจจากสื่อญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีกลับหยิบยกประเด็นความสัมพันธ์สามเส้า ระหว่างไทย จีน และสหรัฐ ขึ้นมารายงาน หลังไทยและจีนซ้อมรบทางอากาศร่วมกัน
นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และทีมเศรษฐกิจของไทย เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เรียกความสนใจจากสื่อญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีกลับหยิบยกประเด็นความสัมพันธ์สามเส้า ระหว่างไทย จีน และสหรัฐ ขึ้นมารายงาน หลังไทยและจีนซ้อมรบทางอากาศร่วมกัน
สำนักข่าวดังกล่าวรายงานว่า สหรัฐลดความสัมพันธ์ทางการทหารกับไทยหลังการรัฐประหารเมื่อปี 2014 แม้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ จะมีเป้าหมายที่จะดึงไทยเป็นพันธมิตรในแผนขยายอิทธิพลในเอเชียก็ตาม โดยในระหว่างที่สหรัฐลดความสัมพันธ์ดังกล่าว ไทยก็เดินหน้าเข้าหาพันธมิตรใหม่อย่างจีนแทน
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้าง น.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา โฆษกของกองทัพอากาศไทย ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นจากการซ้อมรบทางอากาศครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ ไทยเองก็กำลังพิจารณาข้อตกลงซื้อเรือดำน้ำจากจีนเป็นมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.5 หมื่นล้านบาท) อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอเอฟพี ระบุว่า การเข้าหาจีนของไทยไม่เป็นที่พอใจในหมู่นักสิทธิมนุษยชนนัก จากเหตุการณ์ที่ไทยส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์มากกว่า 100 คน กลับให้จีน แม้จะได้รับการเตือนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็ตาม
นอกจากนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ไทยก็ได้ส่งชาวจีนที่ได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากยูเอ็นกลับไปอีก 2 คน เช่นเดียวกัน สร้างความกังวลว่า ไทยจะกลายเป็นดินแดนที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้ต่อต้านรัฐบาลจีนอีกต่อไป
พอล แชมเบอร์ส ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยแห่งสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ไทยมีการเข้าหาทั้งจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ เพื่อให้ประเทศได้รับผลประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงสามารถคงอิทธิพลต่อไทยเอาไว้ได้อยู่ เช่น เรื่องการค้า โดยเฉพาะหากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) สำเร็จขึ้นมาและไทยต้องการจะเข้าร่วม
ด้านโฆษกสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐเผชิญกับความท้าทายมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ใช่ว่าสหรัฐจะทิ้งความกังวลต่างๆ ซึ่งหมายรวมถึงประเด็นด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนไป
เอเอฟพี ระบุว่า หลังการรัฐประหารเมื่อปี 2014 สหรัฐลดขนาดการฝึกซ้อมรบร่วมที่สำคัญอย่างคอบร้าโกลด์ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมรับร่วมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และเรียกร้องให้ไทยคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วอีกด้วย ส่งผลกระทบต่อความพยายามขยายอิทธิพลตามนโยบายของโอบามา
นอกจากนี้ สถานการณ์ด้านประชาธิปไตยในภาครวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังซบเซาลงไป โดยนอกจากไทยที่ไม่เร่งรีบที่จัดการเลือกตั้ง ทั้งเวียดนามและลาวต่างยังคงระบบพรรคเดียวเอาไว้ ส่งผลกระทบต่อนโยบายการขยายอิทธิพลเข้ามาในเอเชียของสหรัฐในที่สุด







