
มหาวิทยาลัยบ้านนอก ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
ชาติชาย เหลืองเจริญ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ (มหาวิทยาลัยบ้านนอก) วัยกว่า 50 ปี เพิ่งได้รับรางวัล
โดย...เจียรนัย อุตะมะ
ชาติชาย เหลืองเจริญ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเนินฆ้อ (มหาวิทยาลัยบ้านนอก) วัยกว่า 50 ปี เพิ่งได้รับรางวัลเครือข่ายภาคประชาชนที่นำพาชุมชน สู่ความเข้มเข็งบนหลักเศรษฐกิจพอเพียงปี 2558ของ มีชัย วีระไวทยะ ที่มอบให้แก่ผู้ทำความดีเพื่อสังคมด้านการพัฒนาสังคมชนบทในโครงการ SET เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม
ชาติชาย หรือผู้ใหญ่ตี๋ เป็นผู้นำรุ่นที่ 4 ของชุมชนบ้านจำรุง ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่คนในชุมชนอยู่ได้ด้วยความร่วมมือกันจนชุมชนนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและโฮมสเตย์ที่เป็นที่รู้จักกันดี
ผู้ใหญ่ตี๋ กล่าวว่า กว่าจะรวมกลุ่มกันสร้างชุมชนมาถึงวันนี้ได้บ้านจำรุงต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมานับครั้งไม่ถ้วน
ครั้งแรกเมื่อปี 2510 หลังจากมีการนำรถไถนาเข้ามาใช้ในหมู่บ้านครั้งแรกและคันต่อๆ ไป จนถึงปี 2529 ควายตัวสุดท้ายได้ถูกขายออกไปจากหมู่บ้าน สวนผลไม้เดิมที่ปลูกผสมผสานก็ถูกมองว่าล้าสมัย ชาวบ้านให้ปลูกแบบสมัยใหม่เป็นพืชเชิงเดี่ยวสารเคมีเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ทำให้วิถีดั้งเดิมหายไป
ผู้ใหญ่เยือน ผลงาม ถูกชาวบ้านขอร้องให้มารับหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านมีการรวมตัวคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้น
“เราคิดว่าทำอย่างไรให้ชุมชนมีเงินทุนของตัวเองไว้พัฒนาท้องถิ่นโดยไม่ต้องพึ่งแหล่งเงินภายนอก”
ทั้งนี้ กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคือ ธนาคารขยะที่ขายหุ้นให้ชาวบ้านที่สนใจ โดยให้ชาวบ้านรวบรวมขยะที่เป็นเงินทั้งหลายหลั่งไหลมาที่ธนาคารขยะ นอกจากจะสร้างกำไรแล้วชุมชนยังสะอาดอีกด้วยจากหมู่บ้านขยายเป็นตำบล กลายเป็นโครงการขยะแลกแต้ม ให้รางวัลกับผู้นำความดีกลายเป็นยุทธศาสตร์ตำบล
จากการรวมกลุ่ม 1 กลุ่ม กลายเป็น 40 กลุ่ม ที่ทำงานเชื่อมกันทำให้เกิดพลังสังคมจากเกษตรอินทรีย์ กลุ่มเกษตรพื้นบ้าน ผลิตผักพื้นบ้านปลอดสารเคมีสู่ชุมชน ผ่านพนักงานขายของกลุ่มมีร้านค้าชุมชน การรณรงค์สร้างค่านิยมผ่านสื่อของตัวเองทั้งเคเบิลทีวี วิทยุชุมชน รวมถึงหนังสือพิมพ์กำแพง หรือกลุ่มท่องเที่ยวกว่า 20 ครัวเรือน ที่ทำโฮมสเตย์ท่องเที่ยวชุมชน เรียนรู้วิถีท้องถิ่นที่ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้ใหญ่ตี๋ บอกว่า การพัฒนาชุมชนต้องมีการรวมกลุ่มหารือกันเป็นประจำแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เดือนละครั้ง ช่วยสร้างความเข้าใจและลดปัญหา
ตลอดการก่อตั้งชุมชนมากว่า 20 ปี มีคนเข้ามาศึกษาดูงานมากมายไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่เข้ามาทำวิทยานิพนธ์นับกว่า 10 เรื่อง และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเรียนรู้วิถีชาวบ้าน ชุมชนจึงมีมติที่จะตั้งเป็นมหาวิทยาลัยบ้านนอก เรียนรู้ชีวิตที่อยู่นอกตำรา
“หัวใจของความสำเร็จของชุมชนตำบลเนินฆ้อคือ ความรักท้องถิ่นและอยากพึ่งตนเองก่อนพึ่งคนอื่น โดยมีหลักการง่ายๆ ว่า ถ้าไม่รวยต้องมั่นคง เลิกใช้สารเคมี ยาฆ่าหญ้า ผักพื้นบ้านจะขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ปลูกกิน กินเหลือ ส่งขาย มีกลุ่มรับซื้อไปขาย กลุ่มแปรรูปเป็นอาหาร ตลาดสีเขียว ทำไปเรียนรู้ไป”
ปัจจุบันรายได้หลักของชุมชนมาจากกลุ่มซื้อขายยางพาราที่ทำมากว่า 10 ปี ต่อไปจะมีโรงงานเล็กๆ ผลิตยางพาราของชุมชนเอง มีโฮมสเตย์ราคาไม่แพง 38 หลังมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย มีคนเข้ามาพักเพื่อเรียนรู้วิถีชาวบ้านตลอดปี มีธนาคารต้นไม้ที่ปลูกต้นตะเคียน 5 หมื่นตัน เพื่อ 10 ปีข้างหน้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และมีกองทุนสวัสดิการชุมชน ธนาคารชุมชนเพื่อทำธุรกรรมการเงินและเพื่อการลงทุนของชุมชน
นอกจากนั้น ชุมชนยังมีรถนำเที่ยวสวนผลไม้และในหมู่บ้านจำรุงของตัวเองไว้บริการนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นหมู่คณะอีกด้วย







