posttoday

27 ปี โคลนถล่มกะทูน จากความวิปโยคคืนสู่ความสมบูรณ์

22 พฤศจิกายน 2558

หากย้อนกลับไปเมื่อ 27 ปีก่อน วันที่ 22 พ.ย. 2531 ภัยพิบัติโคลนถล่มที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

หากย้อนกลับไปเมื่อ 27 ปีก่อน วันที่ 22 พ.ย. 2531 ภัยพิบัติโคลนถล่มที่ ต.กะทูน อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ทะเลโคลน รวมทั้งท่อนไม้ยางพารา และต้นไม้บนเทือกเขาหลวง ทับถม ต.กะทูน ทั้งตำบล พื้นที่กว่า  6,000 ไร่ บ้านเรือน 1,500 หลัง ถูกโคลนทับถมหนาร่วม 2 เมตร มีผู้เสียชีวิตและสูญหายร่วม 100 คน ประเมินความเสียหายนับพันล้านบาท ทุกคน ทุกฝ่าย หมดหวังกับการฟื้นฟูพื้นที่ชุมชนเดิม ต้องย้ายที่ตั้งชุมชนใหม่

ในขณะนั้นคนกะทูนต่างรู้สึกสิ้นหวังจากการสิ้นเนื้อประดาตัว บ้านเรือน พื้นที่เกษตร ถูกทับถมยากฟื้นฟู

แต่ด้วยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำคลองกะทูนในพื้นที่ประสบภัย กระทั่งแล้วเสร็จในปี 2540 นับแต่นั้นมาธรรมชาติก็ฟื้นตัว ชีวิตคนกะทูนกลับมายิ้มได้อีกครั้ง “อ่างเก็บน้ำคลองกะทูนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ก็กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คน การท่องเที่ยวกลายมาเป็นรายได้สำคัญอย่างหนึ่งของคนกะทูน

ไม่ต่างจากบ้านคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งประสบภัยพิบัติในครานั้นด้วยเช่นกัน เมื่อธรรมชาติกลับฟื้นตัว บ้านคีรีวงกลายเป็นพื้นที่ซึ่งมีอากาศบริสุทธิ์ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย และชุมชนคีรีวงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ จ.นครศรีธรรมราช

27 ปี โคลนถล่มกะทูน จากความวิปโยคคืนสู่ความสมบูรณ์ ฝายกั้นแม่น้ำตาปี

 

สำหรับ อ.พิปูน ธรรมชาติที่ฟื้นตัวยังส่งผลต่อระบบนิเวศที่สะอาดบริสุทธิ์ ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประกาศให้ต้นน้ำแม่น้ำตาปี ในพื้นที่ อ.พิปูน มีคุณภาพน้ำดีที่สุดในประเทศ

“แม่น้ำตาปีมีดัชนีคุณภาพน้ำผิวดินอยู่ในเกณฑ์ดีมาก เฉลี่ยรวม 3 ไตรมาสที่ไปเก็บข้อมูลมาได้ถึง 87 คะแนน จากเต็ม 100 คะแนน โดยช่วงไตรมาส 2 เดือน เม.ย. ถึงเดือน มิ.ย. คะแนนมากถึง 93 คะแนน เป็นแม่น้ำเดียวในประเทศไทยที่ได้คะแนนสูงสุด ติดเกณฑ์คุณภาพดีมาก” วิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันถึงผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ จาก 65 แหล่งน้ำทั่วประเทศ

ไม่แปลกที่คน อ.พิปูน และ อ.ฉวาง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ จะสูบน้ำจากแม่น้ำตาปีเพื่อจ่ายเข้าระบบประปาของชุมชนต่างๆ

27 ปี โคลนถล่มกะทูน จากความวิปโยคคืนสู่ความสมบูรณ์ ความเสียหายจากโคลนถล่มปี 2531

 

เพื่อรักษาคุณภาพต้นน้ำตาปีให้คงความบริสุทธิ์สะอาด มีคุณภาพดีอย่างยั่งยืน กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 4 จึงร่วมกับชาวบ้าน ต.ยางค้อม อ.พิปูน สร้างฝายกั้นแม่น้ำตาปี เป็นฝายขนาดใหญ่ ขนาด 35×45 เมตร หูช้างข้างละ 20 เมตร เป็นฝายที่ยกระดับน้ำได้ 2 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ 36 ตารางกิโลเมตร เป็นฝายกั้นน้ำต้นแม่น้ำตาปีฝายแรก ขณะนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 90%

ฝายยางค้อมจะเป็นฝายที่กั้นแม่น้ำฝายแรก ที่จะเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ เป็นการยกระดับน้ำแทนการขุด และที่สำคัญที่สุดฝายยางค้อมเป็นฝายที่ผ่านขั้นตอนของเวทีประชาคม ก่อสร้างโดยประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช้งบประมาณของรัฐแต่อย่างใด

การก่อสร้างส่วนที่เหลือคงมีเพียงการตกแต่งให้ดูสวยงาม ซึ่งคาดว่าฝายแห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะได้รับความสนใจอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช

ภัยพิบัติแม้จะนำความสูญเสียใหญ่หลวง แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจเหมือนธรรมชาติจัดระเบียบระบบนิเวศใหม่ และเมื่อระบบนิเวศเริ่มฟื้นตัว ความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์ สะอาด ก็จะกลับคืนมา ซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้มนุษย์ลดการเปลี่ยนแปลง ทำลายระบบนิเวศให้น้อยลง

ข่าวล่าสุด

ททท. ผนึก แกร็บ เปิดตัว Travel Pass ปั้นไทยจุดหมายดิจิทัลสุดคุ้ม