
ทบ.สอบราชภักดิ์ไม่พบทุจริต
“ผบ.ทบ.” ยันไม่มีทหารทุจริตอุทยานราชภักดิ์-หักหัวคิวให้ถาม “อุดมเดช”
“ผบ.ทบ.” ยันไม่มีทหารทุจริตอุทยานราชภักดิ์-หักหัวคิวให้ถาม “อุดมเดช”
พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชา การทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดแถลงที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าไม่พบการทุจริตในโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งดำเนินการจัดสร้างในสมัยอดีต ผบ.ทบ.
“เมื่ออดีต ผบ.ทบ.เกษียณไปแล้ว ผมก็จะรับทำต่อไป แต่จะต้องตรวจสอบก่อน ซึ่งผลการตรวจสอบก็มีความเรียบร้อยทุกอย่าง มีการใช้จ่ายออกไปถูกต้อง มีระบบการเงินดูแลทุกขั้นตอน” พล.อ.ธีรชัย กล่าว
เมื่อถามว่า แต่สังคมอาจยัง มีความสงสัย พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า สังคมคือใคร สังคมคือโซเชียลมีเดียใช่หรือไม่ ตอนนี้สังคมไทยหูเบา อ่านโซเชียลมีเดียแล้วก็เชื่อแบบไม่มีสติ ดังนั้นจะฟังอะไรหรือรู้อะไรจากโซเชียลมีเดียก็ขอให้ใช้สติ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะอดีต ผบ.ทบ. ยอมรับว่ามีการหักค่าหัวคิวการหล่อองค์พระรูป พล.อ.ธีรชัย ตอบว่า ขอให้ไปถาม พล.อ.อุดมเดช แต่ไม่มีองค์กรหรือบุคคลที่ดำเนินการทุจริต ถ้าตรวจสอบพบจะไม่ละเว้น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเหลือเงินบริจาคที่กองทัพบก 33 ล้านบาท และอยู่ในมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ 120 ล้านบาท โดยกองทัพบกสามารถเปิดเผยการใช้จ่ายแต่ละรายการได้หมด ไม่มีอะไรต้องปิดบัง แต่เงินในส่วนมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์เป็นนิติบุคคลที่มี พล.อ.อุดมเดช เป็นประธาน
พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า เรื่องโรงหล่อที่มีทั้งหมด 6 โรง หล่อพระรูป 7 พระองค์ ในประเทศมีโรงหล่อ 7 โรงใหญ่ๆ แต่ละโรงมีราคาองค์ละ 41-45 ล้านบาท ไม่เท่ากัน แบ่งจ่ายเป็น 5 งวด แต่งวดสุดท้ายยังไม่จ่าย สำหรับการบริจาคโต๊ะจีนโต๊ะละ 1 แสนบาท บริจาคเงินปลูกต้นปาล์มต้นละ 3 แสนบาทนั้นมีจริง และได้นำเงินเข้ากองทุนทั้งหมด
เมื่อถามว่า มีพลตรีขอลาออกหลังเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า “เป็นคนละเรื่อง งานอื่นมั้ง ไม่ใช่งานราชภักดิ์” ถามอีกว่า พ.อ. คชาชาต บุญดี อดีตฝ่ายเสนาธิการ กองทัพภาคที่ 3 ถูกศาลออกหมายจับในคดี 112 พล.อ.ธีรชัย ก็ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องอื่น
เมื่อถามอีกว่าจะให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ร่วมตรวจสอบโครงการด้วยหรือไม่ พล.อ.ธีรชัย กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกัน
พล.อ.ธีรชัย ระบุว่า หลังจากนี้หากกองทัพบกจะสร้างอะไรต้องทำแผนงานเสนอมูลนิธิเพื่ออนุมัติเงิน หรือหากมูลนิธิจะสร้างสิ่งใดเพิ่มเติมก็ต้องทำหนังสือมาขอและให้กองทัพบกสร้าง
ด้านความคืบหน้าคดี 112 ล่าสุด หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนคดีชุดแรกส่งให้อัยการศาลทหารกรุงเทพ เพื่อพิจารณาส่งฟ้อง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ เรียบร้อยแล้ว







