
ต่างชาติจับตาอนาคตเงิน‘บาท’
สกุลเงิน “บาท” ถือเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา ต้องยอมรับว่าสถานะของเงินบาทสามารถดึงดูดผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านที่สกุลเงินของประเทศตัวเองอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท
สกุลเงิน “บาท” ถือเป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับในประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว กัมพูชา เวียดนาม และเมียนมา ต้องยอมรับว่าสถานะของเงินบาทสามารถดึงดูดผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านที่สกุลเงินของประเทศตัวเองอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท
เว็บไซต์นิกเกอิ อาเซียน รีวิว เปิดเผยว่า ไทยในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรายสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งผู้นำเข้าท้องถิ่นหลายรายยังใช้สกุลเงินบาทในการชำระหนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์จากนักเศรษฐศาสตร์ว่า ในอนาคตจะมีการย้ายฐานการผลิตจากไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากค่าแรงในไทยที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับลาวหรือเวียดนาม ในขณะเดียวกันจำนวนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยมีจำนวนทั้งสิ้นราว 4 ล้านคน ดังนั้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ถือว่ามีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง และมีการใช้สกุลเงินบาทอย่างแพร่หลาย
ในปี 1990 รัฐบาลไทยพยายามผลักดันให้เกิด “เขตเศรษฐกิจสกุลเงินบาท” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เศรษฐกิจไทยและประเทศเพื่อนบ้านมีความเป็นเอกภาพ โดยในขณะนั้นปราศจากแนวคิดเรื่องการรวมตลาด ส่งผลให้ในปี 1997 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง หลังจากนั้นเขตเศรษฐกิจสกุลเงินบาทก็เลือนหายจากความสนใจของนักเศรษฐศาสตร์ในทันที
ทว่า ไทยยังสามารถพลิกฟื้นวิกฤตได้อีกครั้ง โดยการค่อยๆ ขยายเขตสกุลเงินบาทออกไป ด้วยการห้ามมิให้คนไทยนำเงินมากกว่า 5 หมื่นบาท ออกนอกประเทศ และต่อมาก็ขยับมาเป็น 5 แสนบาท เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้สกุลเงินบ้านเพิ่มขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน
อีกทั้งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2015 นี้ จะส่งผลต่อเป้าหมายการสร้างเขตเศรษฐกิจสกุลเงินบาท เนื่องจากลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่รั้งท้ายของภูมิภาคในการลดกำแพงภาษี อาจต้องใช้เวลา 2-3 ปีในการรวมตลาดกับไทย
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าภายหลังการเปิดเออีซีจะมีการใช้สกุลเงินบาทเพิ่มขึ้น
ด้านองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ระบุว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับกัมพูชาและเมียนมาอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2013 กัมพูชามีการนำเข้าสินค้าจากไทยราว 12% และในปี 2010 เมียนมามีการนำเข้าราว 11%
ในขณะที่ปี 2013 เวียดนามมีการนำเข้าสินค้าจากไทยเพียง 5% เท่านั้น แต่กลับนำเข้าจากจีนถึง 28% สะท้อนให้เห็นว่า เวียดนามมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับจีนและประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มากกว่าประเทศสมาชิกอาเซียน
แม้สกุลเงินบาทจะเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ โดย 1 ใน 4 ของประชากรอาเซียนทั้งหมด 600 ล้านคน ใช้สกุลเงินบาท
อย่างไรก็ดี เขตเศรษฐกิจสกุลเงินบาทถือว่ามีความสำคัญในการขยายตัวของประชาคมเออีซี ทว่าหากเออีซีขยายตัวก้าวข้ามกรอบของอาเซียน เงินบาทคงหมดความสำคัญลง และอาจเกิดสกุลเงินร่วมเออีซีแทน







