
นายกฯเผยประชุมเอเปคถก 5 ประเด็นหลัก
พล.อ.ประยุทธ์ เผย ประชุมเอเปค ถก 5 ประเด็นหลัก สภาพอากาศ-เชื่อมโยงเศรษฐกิจ-โรคระบาด-ก่อการร้าย-การลงทุน
พล.อ.ประยุทธ์ เผย ประชุมเอเปค ถก 5 ประเด็นหลัก สภาพอากาศ-เชื่อมโยงเศรษฐกิจ-โรคระบาด-ก่อการร้าย-การลงทุน
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณี การเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า วาระการประชุมที่สำคัญคือเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีวาระการประชุมที่สำคัญอื่นๆอีก 5 เรื่องที่ โลกกำลังพูดกันอยู่ คือ เรื่องสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ความเชื่อมโยงเป็นเศรษฐกิจเดียว โรคระบาด การก่อการร้ายร้ายของพวกสุดโต่ง และการค้าการลงทุน
ในครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยตนจะได้มีโอกาสพบกับผู้นำหลายประเทศรวมถึงประเทศมหาอำนาจด้วย แต่ในการประชุมก็มีการแตกเป็นกลุ่มย่อย เยอะแยะไปหมด นอกจากนี้จะมีการพูดคุยระหว่างประเทศในอาเซียนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนบวก 3 บวก 6 รวมทั้งการพบปะแบบพหุภาคีและทวิภาคีเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
"ผมได้ตั้งได้ตั้งหลักของผมมาตลอดว่า ถ้าพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นลักษณะของไทยบวก 1 เพื่อจะได้เป็นแบบอย่างให้ประเทศอื่นๆ ก็จะต้องเป็นประเทศนั้นๆบวกไทย เช่นกัน เพื่อให้ภูมิภาคอาเซียนเข้มแข็งต่อไป"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ย. 2558 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การสร้างเศรษฐกิจที่มีส่วนร่วม การสร้างโลกที่ดีขึ้น” ว่า การประชุมเห็นพ้องให้มีการปฏิรูปโครงสร้างโดยรวมของเอเปค เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในอนาคต อีกทั้งยังเห็นพ้องให้ผลักดันให้ความร่วมมือต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียเอเชียแปซิฟิกไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ในการวมตัวทางเศรษฐกิจด้วย
นายดอน กล่าวต่อว่า การเปิดตลาดเสรีของเขตเศรษฐกิจทั้ง 21 เขตของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกภายใต้ความตกลงการค้าเสรีเอเปคเป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งที่ประชุมให้ความสำคัญ เพราะเห็นว่าอาจเป็นการรวมตัวทางการค้าที่สมบูรณ์ที่สุดของภูมิภาค ขณะที่การรวมตัวทางการค้าของเขตเศรษฐกิจต่างๆ อาทิ Trans Pacific Partnership หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership ก็เป็นอีกกรอบความร่วมมือ ที่สะท้อนถึงการรวมตัวอย่างเศรษฐกิจที่มั่นคงได้ โดยในส่วนของประเทศไทย มีความพร้อมที่จะศึกษาและผลักดันความร่วมมือดังกล่าว แต่ขอย้ำว่า กระบวนการทุกอย่างต้องใช้เวลา
นอกจากนี้ ที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ยังหารือประเด็นการสร้างชุมชนให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยนายดอน กล่าวว่า มีการส่งเสริมผลักดันให้กลุ่มธุรกิจการค้า ตั้งแต่ขนาดกลาง ขนาดเล็ก หรือรายย่อย ให้มีความสามารถในการขับเคลื่อนพลวัตของเศรษฐกิจ เมื่อคำนึงถึงความท้าทายในอนาคต ซึ่งไม่จำกัดอยู่เพียงมิติเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน การบริหารจัดการน้ำ การรับมือกับภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ การพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดรับกับวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ได้รับการรับรองในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได่มีการหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีที่กรุงปารีส โดยมีการแสดงความเสียใจ และประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้มีถ้อยแถลงร่วมออกมาอย่างเป็นทางการ







