
วางบึ้ม 5 ก.ก.ทหารชุดรปภ.ครูรือเสาะไร้เจ็บ
โจรใต้วางระเบิดไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือหวังสังหารทหารชุดรปภ.ครูรือเสาะโชคดีไม่มีคนเจ็บ
โจรใต้วางระเบิดไว้ในกล่องเหล็กหนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือหวังสังหารทหารชุดรปภ.ครูรือเสาะโชคดีไม่มีคนเจ็บ
ร.ต.ท.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหจุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารชุด รปภ.ครู สังกัด ร้อย ร.1021 ฉก.นราธิวาส 30 เหตุเกิดบริเวณข้างโรงสีร้างในหมู่บ้านลูโบ๊ะปูโละ ม.3 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.พชร ณ นคร รอง ผกก.ป.สภ.รือเสาะ พ.ต.ณัฎฐพงศ์ อัศวินวงศ์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบบริเวณตอไม้ในกองฟางข้างโรงสีร้างมีหลุมลุก 4 ฟุต กว้าง 5 ฟุต และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ก.ก.จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือตกกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน ส.อ.เอกพล โมกทิพย์ หัวหน้าชุด ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกำลัง รวม 4 นายและลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย. 3 คันเป็นพาหนะออกจากฐาน เพื่อเดินทางไปตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จได้นำกำลังแยกย้ายกันยืนบล็อกเส้นทางให้คณะครูโรงเรียนบ้านสามัคคีและครูโรงเรียนบ้านสุวารี ขับยานพาหนะเพื่อเดินทางไปสอนหนังสือตามปกติเป็นกิจวัตร
ทั้งนี้ในระหว่างที่ยืนบล็อกเส้นทางอยู่นั้น ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้ตอไม้ในกองฟาง จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากรัศมีการทำลายล้างได้หักเหเข้าไปในป่ารกทึบ จึงทำให้ทหารและลูกจ้างรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
ขณะที่ความคืบหน้าเหตุคนร้ายวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นราธิวาส 36 และ อ.ส.ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ขณะนั่งภายในศาลาที่พักริมทางที่บริเวณ 3 แยกอนุสาวรีย์นกสันติภาพ ถ.เอเซีย 18 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ในระหว่างรอภาคประชาชน เพื่อตั้งจุดตรวจจุดสกัด ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร อ.ส.และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 9 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 ก.ค. 53 ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด อ.ส.ไพโรจน์ สือแม อายุ 33 ปี ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าอกทะลุปอด รวมทั้งบริเวณร่างกายหลายแห่ง อาการทรุดหนักเลือดไหลไม่หยุด แพทย์โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ต้องขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากหมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ เพื่อลำเลียงโยกย้ายตัว อ.ส.ไพโรจน์ ไปรักษาตัวด่วนที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาในช่วงดึกที่ผ่านมา
ส่วนอาการของเจ้าหน้าที่ทหารและอ.ส.อีก 5 นาย ประกอบด้วย ส.ท.วสันต์ ชุมพล พลฯไพฑูรย์ โพธิ์ศรี พลฯวิชิต พรมสาเฆม อ.ส.มนูญศักดิ์ อารงและ อ.ส.ชุนกิฟฟี ดาโอ๊ะ ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้วและนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ส่วนชาวบ้านอีก 3 รายที่ถูกลูกหลงนั้น หลังจากแพทย์โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกทำการปฐมพยาบาลแล้วเสร็จ ได้อนุญาตให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านพัก
สำหรับความคืบหน้าทางคดีนั้น พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีและพนักงานสอบสวน เพื่อวางแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตามเสาไฟฟ้าใกล้จุดเกิดเหตุ รวมทั้งที่ติดไว้กลางใจเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อตรวจสอบพิรุธของชายฉกรรจ์ที่ขี่รถ จยย.ผ่านไปมาจุดเกิดเหตุ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทราบจากพยานบุคคลว่า ในช่วงเวลา 23.00-23.30 น.ของคืนวันที่ 18 ก.ค.53ที่ผ่านมา พบเห็นชายวัยรุ่น จำนวน 2 คน มานั่งที่ศาลาดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าน่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่แฝงตัวลอบนำระเบิดมาฝังไว้







