posttoday
ธรรมะนำชีวิต

ธรรมะนำชีวิต

15 พฤศจิกายน 2558

อาชีพข้าราชการที่ถูกเมินจากคนรุ่นใหม่เพราะมีผลตอบแทนต่ำกว่าทำงานในบริษัทเอกชนหลายเท่า กลับไม่เป็นปัญหากับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพราะเขาเกิดมาในครอบครัวข้าราชการ

อาชีพข้าราชการที่ถูกเมินจากคนรุ่นใหม่เพราะมีผลตอบแทนต่ำกว่าทำงานในบริษัทเอกชนหลายเท่า กลับไม่เป็นปัญหากับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพราะเขาเกิดมาในครอบครัวข้าราชการ

“ที่ผมเลือกรับราชการเพราะเห็นแบบอย่างที่ดีจากคุณพ่อ (ศ.อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ) และคุณแม่ (ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตปลัดหญิงแห่งสำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ที่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมาตลอดชีวิตของท่าน ท่านจะสอนให้ทำงานเพื่อชาติและเสียสละ ให้ประหยัดและพอเพียง จึงทำให้ผมไม่อึดอัดและเดือดร้อน
ที่เงินเดือนน้อย” เอกนิติ กล่าว

อีกเหตุผลหนึ่งเพราะเห็นว่าภาคเอกชนรุ่งเรือง เต็มไปด้วยคนเก่ง ขณะที่ภาคราชการขาดแคลน

“ผมไม่ใช่คนเก่ง แต่ด้วยความรู้ที่เรียนมาและความชอบวิชาเศรษฐศาสตร์คิดว่าน่าจะช่วยทำประโยชน์ให้แก่ภาพรวมและประเทศชาติได้มากกว่าการทำงานให้ภาคเอกชน”เอกนิติ กล่าว

เขาเล่าให้ฟังว่า ที่เห็นมาตลอดชีวิตคือ บิดาและมารดาทำงานหนัก ตั้งแต่ยังเด็กก็เห็นพ่อขนแฟ้มกลับมาเซ็นงานที่บ้านจนดึกดื่น หลังจากที่คุณพ่อเกษียณอายุ ก็เห็นคุณแม่ขนแฟ้มกลับมาทำงานที่บ้านเช่นกัน หลังจาก 30 กว่าปีผ่านไป ตอนนี้ก็ถึงตัวเขาที่ต้องขนแฟ้มกลับมาทำงานที่บ้านเช่นกัน

ตั้งแต่ยังเด็ก เอกนิติได้รับการสั่งสอนจากมารดาให้มองโลกในแง่ดี และให้พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ไอดอลของเขาคือ บิดาและมารดาของเขาเอง สำหรับนักวิชาการที่ชื่นชอบคือ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากได้มีโอกาสไปทำงานที่ลอนดอน จึงได้ศึกษางานเขียน แนวคิดของท่านและชื่นชอบมาก ไอดอลอีกคนที่เอกนิติชื่นชอบคือรัฐบุรุษปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยเอกนิติเห็นว่าท่านมีคุณูปการทางด้านเศรษฐศาสตร์มาก แต่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงในด้านนี้

“ผมเป็นคนเรียบง่าย เวลามีปัญหาก็ปรึกษาคุณพ่อคุณแม่บ้าง แต่หลังจากที่ทั้งสองท่านหยุดทำงานก็ไม่ค่อยได้ปรึกษาอะไรมากนัก คุณพ่อเป็นตัวอย่างที่ดีของผม ชีวิตที่ขึ้นสู่จุดสูงสุด วันหนึ่งท่านก็ให้เห็นสัจธรรมว่าคนเราสุดท้ายก็ไม่มีอะไร วันหนึ่งที่ถอดหมวกออกก็ไม่มีอะไร ทำให้ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรือหมวกใดๆ” เอกนิติ กล่าว

ในช่วงหลังเอกนิติเริ่มศึกษาธรรมะมากขึ้น จึงเห็นว่าความสงบเป็นความสุขที่ต้องการ

“ผมคุยกับภรรยาว่าอยากจะเกษียณอายุราชการสัก55 ปี แล้วก็ลาออกมาปฏิบัติธรรมกันดีกว่า เป้าหมายของชีวิตเปลี่ยนไป จากที่คิดถึงความสำเร็จ ก็เปลี่ยนหันมาสะสมความดี ธรรมะช่วยในการดำรงชีวิตได้เยอะ การสวดมนต์ เดินจงกรม ทำสมาธิ ทำให้จิตใจสงบ พยายามมีสติในชีวิตประจำวัน ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด” เอกนิติ กล่าว

สิ่งที่คลายเครียดที่ดีที่สุดของเขาคือการออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา เช่น ว่ายน้ำ หรือตีเทนนิส แต่ช่วงไหนที่งานมากก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายนานเป็นชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อน

นอกจากนั้น เอกนิติก็อ่านหนังสือ หนังสือที่เขาอยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่านคือ “คู่มือมนุษย์” ของพุทธทาสภิกขุ สำหรับใครที่อยากลองอ่านหนังสือธรรมะ เขาแนะนำให้อ่านนวนิยายเชิงธรรมะของ “ดังตฤณ” เช่น “กรรมพยากรณ์” หรือหนังสือเรื่อง “เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน” เพราะใช้สำนวนภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย

แม้จะทำงานหนัก แต่หากมีเวลาว่าง เอกนิติก็มักจะออกเดินทางท่องเที่ยว และชอบศึกษาประวัติศาสตร์ ชีวิต ความเป็นอยู่ของเมืองหรือประเทศที่เดินทางไป ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไป จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกับการท่องเที่ยว

เอกนิติ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน ค้นพบความต้องการของตัวเอง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจงทำในสิ่งที่ชอบ พยายามมีสติในชีวิตประจำวัน ทำหน้าที่ทุกวันนี้ให้ดีที่สุด

“ผมรู้แล้วว่ามีอะไรนอกเหนือจากความสุขทางโลก”เอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน