
ลูกจ้างปีนี้จ๋อย โบนัส/เงินเดือนแย่สุด10ปี
เข้าสู่ช่วงปลายปีกันแล้ว นอกจากจะเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวหลายวันที่ทุกคนรอคอย
เข้าสู่ช่วงปลายปีกันแล้ว นอกจากจะเป็นช่วงที่มีวันหยุดยาวหลายวันที่ทุกคนรอคอย อีกสิ่งหนึ่งที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต่างรอคอยความหวังปลายปีก็คือ การประกาศจ่ายโบนัส และอัตราการปรับขึ้นเงินเดือนปี 2559 ว่าจะซบไปตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแค่ไหน บริษัท เฮย์กรุ๊ป ที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร จึงจัดสัมมนาประจำปี 2558 ประกาศผลสำรวจอัตราค่าตอบแทนปี 2558 รวมถึงแนวโน้มการจ่ายค่าตอบแทนปี 2559
ธันวา จุลชาต ผู้จัดการส่วนภูมิภาค บริษัท เฮย์กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่แนวโน้มการปรับขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยไม่ถึง 6% และจากการสำรวจปีหน้าก็ไม่ถึง 6% ถือเป็นอัตราต่ำกว่าปกติ โดยปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจไทยโดนกระทบจากการชะลอตัวของโลก
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันลดลงทำให้การขึ้นราคาสินค้าทำได้ยาก ส่งผลไปยังองค์กรต่างๆ ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้ ทำให้ใช้จ่ายระมัดระวังขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายกับบุคลากรที่เป็นต้นทุนสำคัญขององค์กร แม้รัฐบาลจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและคาดจะทำให้เศรษฐกิจปีหน้าดีขึ้น แต่ผลดีคงเห็นชัดเจนบางธุรกิจมากกว่าภาพรวม
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่แนวโน้มขึ้นเงินเดือนปี 2559 สูงสุดเทียบภาพรวมคือ กลุ่มพลังงาน คาดขึ้น 6.66% จากปีนี้ขึ้น 6.59% รองลงมาคือ โทรคมนาคม คาดขึ้น 6.43% จากปีนี้ขึ้น 6.07% น้ำมันและก๊าซ คาดขึ้น 6.09% จากปีนี้ขึ้น 6.07% ส่วนธุรกิจที่ขึ้นเงินเดือนต่ำสุดใน 10 กลุ่มธุรกิจที่สำรวจ คือ โลจิสติกส์ คาดขึ้น 4.72% จากปีนี้ขึ้น 4.59% กลุ่มอุตสาหกรรม คาดขึ้น 5.36% จากปีนี้ขึ้น 5.27% และกลุ่มธุรกิจไฮเทคโนโลยี คาดขึ้น 5.48% จากปีนี้ขึ้น 5.84%
สำหรับโบนัส พบว่า บริษัท 19% จะจ่ายในรูปแบบโบนัสคงที่ 51% จะจ่ายแบบแปรผัน และอีก 30% จะจ่ายผสมผสานทั้งแบบคงที่และแปรผัน การสำรวจใน 9 ธุรกิจพบว่า กลุ่มที่จ่ายโบนัสสูงสุด ได้แก่ พลังงาน มีแผนจ่ายโบนัสปีหน้า 4.12 เดือน จากปีนี้ที่จ่ายไป 4.16 เดือน รองลงมาคือ เคมีภัณฑ์ จะจ่ายโบนัสปีหน้า 4.01 เดือน จากปีนี้จ่าย 4.44 เดือน น้ำมันและก๊าซ จะจ่ายโบนัสปีหน้า 3.5 เดือน เท่ากับที่จ่ายปีนี้
ขณะที่ธุรกิจที่มีแผนจ่ายโบนัสต่ำสุดคือ บริการวิศวกรรม จะจ่ายปีหน้า 2.27 เดือน จากปีนี้ 2.28 เดือน โทรคมนาคมจะจ่ายปีหน้า 2.30 เดือน เท่ากับที่จ่ายปีนี้ และอสังหาริมทรัพย์จะจ่ายปีหน้า 2.56 เดือน จากปีนี้ 2.79 เดือน
ธันวา กล่าวว่า กลุ่มพลังงาน น้ำมันและก๊าซ รวมถึงเคมีภัณฑ์ เป็นกลุ่มที่ติดอันดับจ่ายเงินเดือนและโบนัสสูงอันดับต้นๆ เทียบทุกธุรกิจเป็นประจำทุกปี เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องการคนในวิชาชีพเฉพาะทางที่หายาก จึงต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงเพื่อรักษาคนไว้ แม้ราคาน้ำมันลดลงทำให้กำไรลด แต่ก็ยังจ่ายสูงอยู่
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาอัตราเงินเดือนเริ่มต้นระดับปริญญาตรีในแต่ละตำแหน่งงานหลังจากรัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำระดับปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาทแล้ว พบว่า กลุ่มวิศวกรจบใหม่ไม่มีประสบการณ์จะมีเงินเดือนเริ่มต้นสูงสุดที่ 2 หมื่นบาท รองลงมาคือ เทคโนโลยีสารสนเทศ เริ่มต้น 1.85 หมื่นบาท ซึ่งทั้งสองตำแหน่งงานนี้ถือว่าเงินเดือนเริ่มต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยและตีคู่กันมาโดยตลอด
ส่วนอัตราหมุนเวียนเข้า-ออก (เทิร์นโอเวอร์) ของพนักงาน พบว่า 5 ปีที่ผ่านมาไม่เปลี่ยนแปลงมาก ปี 2554-2557 อยู่ที่ 13% ปี 2558 อยู่ที่ 14% กลุ่มธุรกิจที่เทิร์นโอเวอร์สูงเทียบกับค่าเฉลี่ยปีนี้คือ บริการวิศวกรรม 18.9% อสังหาริมทรัพย์ อยู่ที่ 18.5% และสินค้าอุปโภคบริโภค 18.1% ส่วนธุรกิจที่เทิร์นโอเวอร์ต่ำมากคือ น้ำมันและก๊าซ 5.1% เคมีภัณฑ์ 5.7% และพลังงาน 8.5% ขณะที่การเทิร์นโอเวอร์ดูจากตำแหน่งงาน กลุ่มที่เทิร์นโอเวอร์สูง คือ วิศวกร งานด้านการขาย งานด้านการเงิน
ธันวา กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเดือนและโบนัสของประเทศไทย สอดคล้องกับประเทศอื่นในภูมิภาค คือขึ้นเงินเดือนปี 2559 อัตราขึ้นน้อยลงกว่าปีนี้เล็กน้อย แต่ยังไม่มีประเทศใดที่เศรษฐกิจชะลอตัวถึงขั้นลดเงินเดือน ส่วนจีนเป็นประเทศเดียวที่ขึ้นเงินเดือนเพิ่ม จาก 7.4% ปีนี้เป็น 8% ปีหน้า เพราะกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ โทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตที่โตมาก
ด้าน ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อสรุปของผู้ประกอบการเรื่องโบนัส และเตรียมจะเสนอที่ประชุมสภาสัปดาห์หน้า โดยข้อมูลเท่าที่มีขณะนี้พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่สะท้อนว่ายอดขายทรงตัว ผลประกอบการไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่จะเป็นผลให้ผู้ประกอบการงดจ่ายโบนัสหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท
“แนวโน้มปีหน้ามองว่า หากเศรษฐกิจยังไม่ขยายตัว ก็จะส่งผลให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับปีนี้ แต่จะไม่รุนแรงถึงขนาดมีผลให้เลิกจ้างงาน ส่วนการจ่ายโบนัสหรือเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นนั้น จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป” ธนิต กล่าว
จากผลสำรวจและข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่าท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจฝืด เงินเฟ้อติดลบ โบนัสและเงินเดือนแม้จะขยับน้อยก็ดีกว่าไม่กระดิก







