
ไทย-จีนยกระดับความร่วมมือทางทหาร
สำนักข่าววอชิงตัน ไทมส์ เปิดเผยว่า กองทัพจีนและไทยจะเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศ “ฟอลคอน สไตรค์” นำโดยเจ้าหน้าที่จากจีนจำนวน 180 นาย และนักบินระดับสูง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา โดยช่วงที่ผ่านมา พบว่ากองทัพจีนใช้จ่ายด้านการทหารไปอย่างมหาศาล ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค รวมทั้งไทยด้วย
สำนักข่าววอชิงตัน ไทมส์ เปิดเผยว่า กองทัพจีนและไทยจะเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศ “ฟอลคอน สไตรค์” นำโดยเจ้าหน้าที่จากจีนจำนวน 180 นาย และนักบินระดับสูง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ที่ จ.นครราชสีมา โดยช่วงที่ผ่านมา พบว่ากองทัพจีนใช้จ่ายด้านการทหารไปอย่างมหาศาล ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค รวมทั้งไทยด้วย
การร่วมซ้อมรบระหว่างไทยและจีนดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณถึงการยกระดับความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่าง 2 ประเทศ จากเดิมที่ไทยเป็นพันธมิตรร่วมซ้อมรบกับสหรัฐมาอย่างยาวนาน
เบนจามิน ซาวัคกี้ นักวิจัยชาวอเมริกัน กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของทั้งไทยและสหรัฐไม่ได้มีเพียงแค่ประเด็นทางการเมืองเท่านั้น ยิ่งการลดระดับความสัมพันธ์ในทางทฤษฎียิ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากความร่วมมือในด้านต่างๆ เกือบทั้งหมดมาจากสหรัฐ ขณะที่การพัฒนาความร่วมมือกับจีนยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับชาติมหาอำนาจ
ท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนต่อประเด็นข้อพิพาทเขตในทะเลจีนใต้ เช่น การเข้าควบคุมช่องทางการขนส่งสินค้าสำคัญในน่านน้ำ ทำให้หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ตำหนิการกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ต้องออกมาหารือกับเหล่าผู้นำประเทศในอาเซียน ทั้งเวียดนาม สิงคโปร์ และไต้หวัน เพื่อหวังสร้างความเข้าใจ และกระชับความสัมพันธ์
“การร่วมซ้อมรบเป็นความพยายามอย่างหนึ่งของจีนในการทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน” ซาวัคกี้ กล่าว
แต่กระนั้นยังมีความกังวลจากหลายภาคส่วนว่า ดูเผินๆ แล้ว ไทยเปรียบเหมือนอาณานิคมหนึ่งของจีน และยุทธศาสตร์ของทางการจีนยิ่งเป็นการ “ตามใจ” ไทยมากกว่า
การแผ่ขยายอิทธิพลของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ ในภูมิภาคเอเชียกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ถือเอากรอบของภูมิศาสตร์การเมืองเป็นสำคัญ โดยสหรัฐไม่มีนโยบายต่างประเทศที่สอดคล้องกับนโยบายของไทยหรือชาติอาเซียนเลย
ในขณะที่จีน ผู้นำในภูมิภาค ปฏิบัติกับไทยในฐานะ “เพื่อนบ้าน” มาโดยตลอด
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การพัฒนาความร่วมมือทางการทหาร การทูตและเศรษฐกิจ ระหว่างไทยและจีนที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วนั้น จะเป็นการลดทอนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ พร้อมย้ำเตือนให้รัฐบาลไทยควรรักษาความสัมพันธ์ของทั้งสหรัฐและจีนให้สมดุลกัน เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เกิดจากสองประเทศมหาอำนาจ
ปัจจุบัน ไทยกับสหรัฐใช้ฐานทัพร่วมกันในการฝึกซ้อมรบทางทหารผสมนานาชาติซึ่งเรียกว่า “โคปไทเกอร์” แม้ว่าเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2014 จะขัดต่อข้อกฎหมายและนโยบายของสหรัฐก็ตาม แต่สหรัฐยืนยันจะยังคงดำเนินการฝึกดังกล่าวไว้
ด้าน เกล็น เดวี่ส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ย้ำว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะจัดการฝึกผสมคอบร้าโกลด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในการฝึกซ้อมทางทหารผสมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในปี 2016 นี้แน่นอน แต่อาจปรับลดระดับการมีส่วนร่วมลงแทน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสัมพันธ์ทางทหารที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน







