
เขื่อนอีสานน้ำเพิ่มหลังพายุพาฝนตกหนัก
สำนักงานชลประทานที่ 8 สั่งปรับแผนฉวยโอกาสปิดเขื่อนยามฝนตกหวังตุนปริมาณน้ำไว้ใช้
สำนักงานชลประทานที่ 8 สั่งปรับแผนฉวยโอกาสปิดเขื่อนยามฝนตกหวังตุนปริมาณน้ำไว้ใช้
นายทรรศนันทน์ เถาหมอ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า การที่พายุโซนร้อน โกนเซิน เคลื่อนตัวผ่านทางตอนบนของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค.2553 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่งผลดีต่อพื้นที่การเกษตรและทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำในพื้นที่ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา , บุรีรัมย์ , สุรินทร์ และศรีสะเกษ เพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำละตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งมีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2553 จนถึงวันที่ 18 ก.ค.2553 มากกว่า 6 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่อ่างฯ ในช่วงเดียวกันของปี 2552 ที่ผ่านมา โดยปริมาณน้ำกักเก็บในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ณ วันที่ 18 ก.ค.2553 อยู่ที่ 86.770 ล้าน ลบ.ม. จากความจุกักเก็บทั้งหมด 324.390 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 26.75 % ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และมีแนวโน้มว่าหลังจากนี้ไปหน้าฝนของปี 2553 ที่จะเริ่มต้นขึ้น
เนื่องจากขณะนี้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านประเทศไทยมีกำลังแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกชุกประกอบกับมีการก่อตัวของพายุดีเปรสชั่นในทะเลจีนใต้ ฝั่งตะวันตกของฟิลิปปินส์ ที่มีทิศทางมุ่งหน้าขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งหากพายุลูกนี้พัดผ่านเข้ามาที่ประเทศไทยจริงก็จะทำให้มีฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มมากขึ้น ถือว่าเป็นผลดีต่อการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังเริ่มเพาะปลูกอยู่ในขณะนี้
นายทรรศนันทน์ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะมีฝนตกเหนืออ่างเก็บน้ำไม่มากนัก แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ใต้เขื่อนอย่างต่อเนื่องก็ส่งผลดีต่อพื้นที่เพาะปลูก ทำให้ขณะนี้ชาวนาในหลายพื้นที่เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกแล้ว หลังจากเลื่อนฤดูกาลเพาะปลูกจากต้นเดือนกรกฏาคม มาเป็นกลางเดือน ตามคำประกาศเตือนของหน่วยงานราชการ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันในการวางแผนการใช้น้ำอย่างเป็นระบบ โดยขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทานเกษตรกรชาวนาเริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ไปแล้วจำนวนกว่า 170,000 ไร่
ทั้งนี้จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 520,000 ไร่ แต่เป็นการเพาะปลูกที่ต้องเพิ่งปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ เนื่องจากทางชลประทานจะยังคงงดปล่อยน้ำให้การเกษตรและจะถือโอกาสปิดการระบายน้ำทั้งหมดเป็นระยะๆ หากสำรวจพบว่าปริมาณน้ำที่ได้รับจากปริมาณฝนตกใต้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณที่สูงและเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภค และการเกษตร เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บให้สูงขึ้น เตรียมรับมือกับปัญหาหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงหลังจากนี้
สำหรับปริมาณฝนที่ตกลงมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ถึงวันที่ 18 ก.ค.2553 ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในเขตรับผิดชอบของสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ประกอบด้วย นครราชสีมา , บุรีรัมย์ , สุรินทร์ และศรีสะเกษ มีปริมาณฝนรวม 222 มิลลิเมตร แยกเป็นจังหวัดนครราชสีมา 154 มม. , ศรีสะเกษ 95 มม. , สุรินทร์ 49 มม. และบุรีรัมย์ 24 มม. ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆในพื้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
โดยล่าสุดปริมาณน้ำรวมของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ 4 จังหวัด อยู่ที่ 369.709 ล้าน ลบ.ม. จากความจุที่สามารถกักเก็บได้ทั้งหมด 1,069.42 ล้าน ลบ.ม. แต่ยังคงถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้อย เนื่องจากหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำขณะนี้ต่ำกว่าปริมาณน้ำของปีที่แล้วถึง 219.619 ล้าน ลบ.ม.







