posttoday
มหาอำนาจ : สหรัฐ-จีน

มหาอำนาจ : สหรัฐ-จีน

04 พฤศจิกายน 2558

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

โดย...พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ระยะนี้ดูจะมีทั้งข่าว คลิปในโซเชียลมีเดีย รวมถึงการสนทนาเรื่องที่ประธานาธิบดีจีนเดินทางไปเยือนสหรัฐและอังกฤษ เรื่องของการต้อนรับ เรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้จากจีน อันนับได้ว่าเป็นมูลค่ามหาศาล และผลที่ตามมาก็น่าจะมีหลายๆ เรื่อง แต่ที่ดูน่าจะเป็นที่น่าสนใจก็คือ ข่าวที่เงินหยวนของจีนได้เข้าไปอยู่ในตะกร้าของ Special Drawing Rights หลังจากที่ถูกสหรัฐกันๆ มานาน และนอกจากเรื่องของตะกร้าเงินแล้ว ก็ยังมีเรื่องที่สหรัฐไม่ต้องการให้ประเทศต่างๆ เข้าเป็นสมาชิก Asian Infrastructures Bank แต่ก็ดูจะไม่สำเร็จ

เรื่องของ Trans Pacific Partnership หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อสั้นๆ ว่า TPP ก็เป็นอีกเรื่องที่ถูกปลุกผีขึ้นมาใหม่ ที่เรียกเช่นนี้ เพราะที่จริง TPP ได้มีการริเริ่มและพูดคุยกันมาตั้งแต่ผู้เขียนยังอยู่ในราชการ แถมเป็นความตกลงที่กันเอาจีนและอินเดียออกไป แต่ขณะเดียวกันก็มีความตกลง Regional Comprehensive Economic Partnership ที่มีจีนรวมอยู่ด้วย โดยไม่มีสหรัฐหรือยุโรป ถึงแม้ว่าความตกลงนี้จะมีอาเซียนเป็นโต้โผใหญ่ ไม่ใช่จีนก็ตาม แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการแบ่งค่ายกันพอสมควร แต่ที่จริงแล้วก็ปรากฏว่าบางประเทศจะอยู่ทั้งสองค่าย ยกเว้นยักษ์ใหญ่ทั้งสองนั้นแน่นอนว่าอยู่กันคนละค่าย แล้วยังมีข่าวว่าลำดับต่อไป สหรัฐก็จะมีความตกลงในทำนอง TPP กับยุโรปด้วย

อย่างไรก็ตาม หากถามผู้เขียนว่าสหรัฐยังเป็นผู้นำโลก โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจอยู่หรือไม่ ผู้เขียนเห็นว่าสหรัฐไม่ได้สูญเสียสถานะความเป็นผู้นำไปแต่อย่างใด (ดูจากหนังสือ “Times” เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งถ้าผู้เขียนจำไม่ผิด) ถึงแม้ว่าส่วนแบ่งจีดีพีในตลาดโลกจีนจะสูงกว่าสหรัฐ (วัดจาก Purchasing Power Parity) และถึงแม้ในอนาคตจีดีพีของจีนจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าที่ผ่านมา หรือประมาณ 5-6% ต่อปีก็ตาม และในส่วนของสหรัฐ ถึงแม้ว่าตลาดสหรัฐจะเป็นตลาดใหญ่ (Biggest Export Market) แต่ก็เริ่มลดอันดับลง จากอันดับที่ 44 ในปี ค.ศ. 1994 มาเป็นอันดับที่ 32 ในปัจจุบัน ขณะที่จีนกลับเพิ่มขึ้น เรียกได้ว่ามีข้อแม้หลายประการ

แต่สิ่งสำคัญคือ สหรัฐนั้นเป็นผู้นำในด้านการวิจัยและพัฒนา มีการใช้จ่ายในด้านนี้สูงมาก บริษัทที่มีมูลค่ากิจการสูงมากๆ จึงยังเป็นบริษัทอเมริกา รวมถึงบริษัทยาด้วย นอกจากนี้ ยังมีมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำในโลกอยู่เกือบจะ 20 มหาวิทยาลัย สิทธิบัตรที่จดกันก็เป็นสิทธิบัตรที่มีคุณภาพ ไม่ใช่สิทธิบัตรขยะ สหรัฐจึงยังเป็นประเทศที่เป็นผู้นำในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ (New Generations of Technology) โดยเฉพาะเมื่อสภาพเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไป (World Economic Architecture) ที่มีเรื่องของไอทีเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย มีเรื่องที่จับต้องไม่ได้ มีการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งโลก อย่างเช่น Cloud Computing เรื่องของตลาดเงิน การใช้บริการทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีกฎระเบียบ กฎหมาย และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้สหรัฐมีอย่างครบถ้วน เนื่องจากมีการพัฒนาเรื่องเหล่านี้มาก่อน มีระบบการป้องกันที่ดีและมั่นคงกว่า รวมถึงทรัพยากรมนุษย์ด้วย

ที่จริงถ้าจะพูดถึงจุดแข็งที่สร้างให้สหรัฐยังเป็นผู้นำนั้น ยังมีอีกหลายเรื่อง แน่นอนว่าจีนเองก็มีจุดแข็ง รวมไปถึงการเป็นประชาธิปไตยในแบบของจีน ที่จำเป็นต้องแตกต่างไป เพราะความแตกต่างทางขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม แนวความคิด และพฤติกรรมของมนุษย์ ประชาธิปไตยจึงจำเป็นต้องปรับให้เข้ากับสิ่งเหล่านี้ จีนสามารถที่จะสั่งได้ มีความเป็นระเบียบ ไม่แตกแถว เพื่อให้ประเทศอยู่ได้ด้วยความสงบสุข ถึงแม้บางอย่างอาจทำให้มีความก้าวหน้าช้า เช่น เรื่องที่จีนควบคุมระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้สหรัฐยังน่าจะยืนเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจต่อไปได้อีกนาน

ประเด็นจึงอยู่ที่สหรัฐจะสะดุดขาตัวเองหรือไม่ จะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างไร จะทำตัวอย่างที่เคยเป็นมาในระยะหลังๆ นี้ ที่คนนอกประเทศสหรัฐมองว่าเป็นตัวเจ้าอารมณ์ ฉุนเฉียว บีบบังคับประเทศอื่น ทำมิตรให้เป็นศัตรูอย่างที่ผ่านมา หรือจะทำตัวตามอย่างบรรพบุรุษรุ่นเก่าๆ ที่ใช้ความเป็นผู้นำสร้างมิตร และความไว้เนื้อเชื่อใจให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค