posttoday
ยกระดับท่องเที่ยว

ยกระดับท่องเที่ยว

29 ตุลาคม 2558

ต้องถือว่าประเทศไทยยังมีความโชคดีอย่างมาก เพราะแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะซบเซาอย่างหนักจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย การลงทุนโดยรวมชะงักงัน การบริโภคหดตัว การส่งออกไปยังตลาดโลกติดลบอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 จนมีแนวโน้มว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวได้แค่ 2.5-2.7% แต่ภาคการท่องเที่ยวและบริการกลับกลายเป็นพระเอกมาช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ทรุดตัวลง

ต้องถือว่าประเทศไทยยังมีความโชคดีอย่างมาก เพราะแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะซบเซาอย่างหนักจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย การลงทุนโดยรวมชะงักงัน การบริโภคหดตัว การส่งออกไปยังตลาดโลกติดลบอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 จนมีแนวโน้มว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในปีนี้จะขยายตัวได้แค่ 2.5-2.7% แต่ภาคการท่องเที่ยวและบริการกลับกลายเป็นพระเอกมาช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยไม่ให้ทรุดตัวลง

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศล่าสุดทะลุ 24 ล้านคนเข้าไปแล้ว ตัวเลขคนต่างชาติเฉลี่ยเข้ามาเดือนละ 2.4 ล้านคนนั้น ทุบประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวไทย และมีแนวโน้มว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจะทะลุ 29 ล้านคน ดูจะเป็นความหวังที่ไม่ไกลนัก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยนั้น ไม่สำคัญเท่ากับรายจ่ายด้านการท่องเที่ยวต่อหัวต่อคน เพราะนั่นหมายถึงปริมาณเงินที่จะมาหล่อเลี้ยงในระบบเศรษฐกิจทดแทนการส่งออกที่ซบเซา และสร้างกำลังซื้อภายในประเทศขึ้นมา

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจจะต้องขบคิด ค้นหาวิธีการที่จะสร้างกลยุทธ์ให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามามีการจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าและบริการในประเทศเพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้ในการสร้างตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง แทนที่จะมัวดีใจกับจำนวนนักท่องเที่ยวในตลาดที่เข้ามาจำนวนมาก แต่มีการจับจ่ายใช้สอยน้อย หรือจำกัดวงแคบอยู่เฉพาะกลุ่มที่บริษัททัวร์จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว โดยตัดวงจรธุรกิจของคนไทยออกไปจากสารบบ ซึ่งพบเห็นเป็นที่ประจักษ์ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่ปัจจุบันมีการสร้างบริษัทนอมินีขึ้นมาให้บริการแบบครบวงจรในหัวเมืองหลัก และกำลังขยายตัวเข้ามาในพื้นที่ท่องเที่ยวของเมืองหลวงของไทย โดยไม่สนใจกฎหมายและข้อบังคับของไทย จนโรงแรม บริษัททัวร์ มัคคุเทศก์ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจขายของที่ระลึกของไทย ต่างพากันเดือดร้อนไปทั่ว

อย่าลืมว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามามากนั้น มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มีการใช้บริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐานในประเทศตามจำนวนที่เพิ่มขึ้น หากรัฐบาลสามารถที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้นมาได้ จะเป็นการลดภาระการนำภาษีจากประชาชนคนไทยไปใช้ในการลงทุนซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน

ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องตั้งทีมขึ้นมากำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนารายได้ด้านการท่องเที่ยวของประเทศอย่างเป็นระบบ และต้องดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเข้มข้น หากจะเน้นสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวขึ้นมาให้ได้ 2.3-2.5-3 ล้านล้านบาท ในช่วงปี 2559-2560-2561 จากที่ปีนี้จะมีรายได้รวม 1.4 ล้านล้านบาท

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวควรอาศัยข้อได้เปรียบ ในห้วงที่รัฐบาลมีอำนาจพิเศษอยู่ในมือ เสนอให้รัฐบาลดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนก่อนที่โอกาสจะหลุดลอยไป

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา