
บูรณาการแก้ทับเบิก
แนวคิดของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยใช้ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เป็นต้นแบบ นับเป็นเรื่องดีและน่าชื่นชม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นทรัพยากรอันสำคัญอย่างหนึ่งของชาติเป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่เสื่อมโทรมลงในเวลาอันรวดเร็ว จากการโหมพัฒนากันอย่างไร้ทิศทาง ไร้ระเบียบ
แนวคิดของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยใช้ภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เป็นต้นแบบ นับเป็นเรื่องดีและน่าชื่นชม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นทรัพยากรอันสำคัญอย่างหนึ่งของชาติเป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่เสื่อมโทรมลงในเวลาอันรวดเร็ว จากการโหมพัฒนากันอย่างไร้ทิศทาง ไร้ระเบียบ
เพียงแต่การแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นั้น มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากมายจากหลายกระทรวง มิใช่แค่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ เท่านั้น
กรณีของภูทับเบิก ซึ่ง รมว.ท่องเที่ยวฯ จะยกขึ้นเป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาในแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ต่อไปนั้น ก็ถือเป็นพื้นที่ซึ่งมีความพิเศษเฉพาะตัว เริ่มจากตัวพื้นที่ ซึ่งมิใช่พื้นที่ป่าสงวน แต่เป็นพื้นที่ซึ่งหน่วยงานราชการอนุญาตให้ประชาชนเข้าทำกินตามมติ ครม.เมื่อปี 2509 เจ้าของพื้นที่ยังเป็นกรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ขณะที่ผู้รับผิดชอบการพัฒนาเป็นศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังไม่รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ในฐานะฝ่ายปกครอง
แนวคิดใช้การแก้ปัญหาภูทับเบิกเป็นต้นแบบ หรือโมเดล จึงจำเป็นต้องบูรณาการหลายหน่วยงาน จากหลายกระทรวงเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้น่าเป็นห่วงว่าลำพังแค่ความพยายามของ รมว.ท่องเที่ยวฯ เพียงฝ่ายเดียว อาจไม่เพียงพอให้เกิดการแก้ปัญหาและวางแนวทางพัฒนาต่อไปได้ จึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีนโยบายและมีการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบูรณาการเพื่อการแก้ปัญหาและกำหนดทิศทางพัฒนาไปอย่างสอดคล้องเพื่อความยั่งยืน
ปัญหาซึ่งเกิดขึ้นที่ภูทับเบิกนั้น ไม่อาจนิ่งนอนใจ และมองว่าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ เพราะในระหว่างที่ภาครัฐยังมะงุมมะงาหรา ไม่สามารถจัดการปัญหาเพื่อยกเป็นโมเดลต้นแบบได้ ฝ่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลับนำแนวทางซึ่งเคยเกิดขึ้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มาเป็นต้นแบบสำหรับการบุกรุก การเปลี่ยนกรรมสิทธิ์และใช้ที่ดินภูทับเบิกโดยผิดวัตถุประสงค์
ถึงแม้หน่วยงานรัฐจะประกาศเอาจริงเอาจังกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่เข้าข่ายบุกรุกที่หลวง ใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ แต่กรณีวังน้ำเขียวก็เป็นต้นแบบให้ผู้ประกอบการที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดใช้เป็นต้นแบบ ในแง่ที่ว่าการดำเนินการทางกฎหมายนั้นใช้เวลานานกว่าจะถึงที่สุดและศาลมีคำสั่งให้รื้อถอน และระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด ผู้ประกอบการยังสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ซึ่งส่งผลต่อราคาที่พัก ราคาอาหาร เครื่องดื่ม และค่าบริการต่างๆ ที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวที่อาจสูงเกินจริง เพราะผู้ประกอบการที่รู้ตัวว่าทำผิดต้องการถอนทุนคืนให้ได้เร็วที่สุด
การแก้ปัญหาของภาครัฐจึงต้องมีเจ้าภาพที่แน่ชัด และมีอำนาจพอที่จะสั่งให้ทุกหน่วยงานบูรณาการแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว







