
จ่อคืนชีพเลือกตั้งสัดส่วนผสม
กรธ.เตรียมสรุปเลือกตั้ง สส. จ่อฟื้นระบบสัดส่วนผสม-โอเพ่นลิสต์
กรธ.เตรียมสรุปเลือกตั้ง สส. จ่อฟื้นระบบสัดส่วนผสม-โอเพ่นลิสต์
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะคณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ เปิดเผยว่า การประชุม กรธ.ในวันที่ 26 ต.ค.จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราเกี่ยวกับระบบเลือกตั้ง สส. โดยเบื้องต้นคณะอนุกรรมการฯ จะเสนอให้ กรธ.พิจารณาข้อดีและข้อเสียของระบบเลือกตั้งระหว่างการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมและการเลือกตั้ง สส.แบบเขตเดียวเบอร์เดียวตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นร่วมกันว่ายังคงให้มี สส.ระบบบัญชีรายชื่อเอาไว้ตามเดิม เพื่อเปิดโอกาสให้ภาควิชาชีพได้มีโอกาสเข้ามาเป็น สส.ในสภาผู้แทนราษฎร แต่จะเสนอให้ กรธ.ลงความเห็นว่าสมควรใช้การเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อแบบปิดที่พรรคการเมืองเป็นผู้จัดลำดับบุคคลสมควรเป็น สส.เอง หรือระบบ สส.บัญชีรายชื่อแบบเปิด (โอเพ่นลิสต์) ที่ให้ประชาชนลงคะแนนและจัดลำดับ สส.เอง
แหล่งข่าวจาก กรธ. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีคณะอนุกรรมการฯ หลายท่านมีความเห็นว่าการเลือกตั้ง สส.แบบสัดส่วนผสมมีข้อดี เพราะสามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองบางประการได้ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดระบบเผด็จการเสียงข้างมาก แต่อนุกรรมการฯ บางส่วนก็มองในมุมที่แตกต่างกันออกไปว่าสังคมไทยยังไม่เหมาะกับระบบการเลือกตั้งที่มีความซับซ้อนอย่างระบบสัดส่วนผสม ประกอบกับมีผลให้การเมืองมีความอ่อนแอ ดังนั้น คณะอนุกรรมการฯ จึงสรุปว่าจะให้ที่ประชุม กรธ.เป็นผู้ตัดสินว่าควรกำหนดในรัฐธรรมนูญอย่างไร
นายเธียรชัย ณ นคร กรธ. กล่าวว่า กรธ.มีความเป็นไปได้ที่จะมีการกำหนดให้คะแนนของผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโหวตโน มีความหมายมากขึ้น ด้วยการบัญญัติว่าบุคคลที่จะได้รับการเลือกตั้ง สส.ต้องได้รับคะแนนมากกว่าคะแนนโหวตโน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และไม่ให้เกิดการบอยคอต การไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก
ด้าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้ใช้ระบบเลือกตั้ง สส.แบบเขตใหญ่หลายคน เพราะใช้ระบบเขตเดียวคนเดียว จะมีผลให้เกิดการแพ้ชนะที่เด็ดขาดมากเกินไป ขณะที่ที่มาของ สว.ควรกำหนดลงไปให้ชัดว่าจะใช้ระบบสรรหาหรือเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ควรกำหนดให้มีที่มาที่ผสมกัน เนื่องจากในอดีตเคยมีบทเรียนมาแล้ว
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท. กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกกลุ่มย่อยของ สปท.ด้านการเมือง เห็นตรงกันว่า เรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนการเลือกตั้งคือเรื่องการปรองดอง โดยจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและเชิญคู่ขัดแย้งทางการเมืองเข้ามาร่วมด้วย







