
ใช้สื่อสังคมร่วมร่าง รธน.
สื่อสังคม หรือโซเชียลมีเดีย ในรูปแบบต่างๆ เข้ามามีส่วนกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมในสังคมมนุษย์โลก
โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก
สื่อสังคม หรือโซเชียลมีเดีย ในรูปแบบต่างๆ เข้ามามีส่วนกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมในสังคมมนุษย์โลกอย่างมากมาย จนบางทีอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงอิทธิพลของสิ่งเหล่านี้ที่มีต่อเรา พวกเรามักจะคิดกันว่าใช้สื่อ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เป็นเครื่องมือของเรา แต่เมื่อมองมุมกลับ เราอาจจะพบว่า เราเองต่างหากเป็นเครื่องมือของสิ่งเหล่านั้นจนมีคนทำการ์ตูนล้อเลียนว่าเราต้องรับใช้อุปกรณ์ของเราโดยการวิ่งหาแหล่งพลังงานสารพัดแบบให้ ต้องคอยสนใจที่จะหยิบมาดูอยู่ตลอดเวลา และเรากลายเป็นเครื่องมือของสื่อเหล่านี้ ชื่นชมไปกับมัน ด่าทอไปกับมัน ปล่อยให้สติหลุดลอย สัมปชัญญะหดหายไปกับมัน
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธกันไม่ได้ว่าทุกวันนี้ สื่อสังคมมีส่วนที่ทำให้ข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยมีมาก่อนยุคดิจิทัลจะเคลื่อนเข้ามา กลายเป็นขวากหนามที่ถูกถากถางไปได้เป็นอันมาก แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถทดแทนปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าจะในทางดี หรือทางร้าย แต่ก็เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เรื่องร้ายๆ ต่างๆ ลดทอนลงได้บ้าง แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นมากมายเช่นกันในอีกด้านหนึ่ง สิ่งดีๆ หลายอย่างก็เกิดขึ้นได้ แม้จะลดน้อยถอยลงในอีกมุมหนึ่ง
ในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน มีบทความหนึ่งนำเสนอไว้ได้ค่อนข้างน่าสนใจ บทความชื่อ The Future of Democratic Participation: my.con: An Online Constitution Making Platform เขียนโดย Sean Deely และ Tarik Nesh Nash ทั้งคู่นำเสนอว่า การส่งเสริม สนับสนุน กระบวนการมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้านต่างๆ ของรัฐ รวมถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยนั้น ยังขาดตกบกพร่อง และยังมีอุปสรรคอยู่พอสมควร แต่ข้อกีดขวางเหล่านี้สามารถถูกก้าวข้ามได้ด้วยเทคโนโลยีสื่อสารดิจิทัล เช่น อินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก หรือสื่อสังคมอื่นๆ
ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ หรือแม้กระทั่งคนรุ่นเก่าที่อยู่ในสังคมปัจจุบัน ก็ต่างใช้สื่อสังคม หรือที่เรียกว่าสื่อการเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ หรือสื่อออนไลน์ เป็นแหล่งเข้าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งทางสังคม และการเมือง รวมถึงความเคลื่อนไหวในด้านต่างๆ ของผู้คนในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสำหรับหลายคนอาจจะเป็นแหล่งหลักในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเลยด้วยซ้ำไป บทความที่ว่าไปจึงนำเสนอว่า การมีปฏิสัมพันธ์ในการยกร่างรัฐธรรมนูญผ่านสื่อสังคม โดยเฉพาะสำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญภายหลังภาวะความขัดแย้ง อาจจะเป็นทางออกที่ดี ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนจำนวนมากสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ หากแต่เป็นการลดการเผชิญหน้าได้อีกด้วย
หนึ่งในข้อสรุปที่น่าสนใจที่บทความนำเสนอ คือ การมีส่วนร่วมในการยกร่างรัฐธรรมนูญอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการสร้างเวทีออนไลน์ที่จัดให้มีข้อมูล และเป้าหมายการศึกษาเฉพาะ เช่น ประเด็นสิทธิและเสรีภาพ เรื่องการตรวจสอบ ถ่วงดุล คาน ระหว่างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เรื่องอื่นๆ และใช้การออกแบบเฉพาะเพื่อให้มีการสื่อสารโต้ตอบกันได้ โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันระหว่างผู้ที่ไม่ได้เป็นคนยกร่าง หรือเขียนลงบนกระดาษ หรือพิมพ์ลงไปในคอมพิวเตอร์จริงๆ กับผู้ที่ทำหน้าที่เหล่านั้นโดยตรง
สิ่งที่สื่อออนไลน์อาจจะให้ไม่ได้ คงจะเป็นความรู้สึกดีๆ จากการได้สัมผัสกันเป็นๆ หรือมุมลบ ความสะใจที่จะได้ห้ำหั่นต่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ประโยชน์และการเข้าถึงคงจะสูงกว่ามหาศาล ลองพิจารณากันดูนะครับ







