
วันแห่งความโกรธแค้น
แล้วกิจกรรมวันแห่งความโกรธแค้นของประเทศกัมพูชาที่ตอนแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ก็มีอันต้องยกเลิกไป
แม้วันแห่งความโกรธแค้นนี้จะถูกนายกฯ กัมพูชา ยกเลิกการจัดงานไป กระนั้นเมื่อถึงวันที่ 15 ก็มีประชาชนจำนวนหนึ่งได้ไปแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ยังสถานที่จัดงาน
นี่ถ้าจัดขึ้นมาจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นตามมาในอนาคต คนไทยกับคนเขมรจะมีทัศนคติท่าทีต่อกันอย่างไร
ยอมรับว่า ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะได้ยิน
“วันแห่งความโกรธแค้น” ผมเองได้ยินแต่วันแห่งความรัก หรือวาเลนไทน์ วันแห่งความสามัคคี วันแห่งความปรองดอง ซึ่งชาติไทยกำลังสร้างความปรองดองกันอยู่และก็ไม่นึกไม่ฝันจริงๆ ว่า จะมีคนที่อุตริช่างคิด
“วัน” พรรค์นี้ขึ้นมาให้โลกได้ขำเยาะคนที่ประดิษฐ์คิดคำ
“วันแห่งความโกรธแค้น” ขึ้น ไม่รู้ว่า ใครเป็นต้นคิด ใครเป็นต้นเรื่อง ไม่รู้ว่าใครเสนอ ใครชงเรื่องให้ ฮุนเซน หรือว่านายกฯ กัมพูชาคิดเอง ชงเองแต่เอาเถอะ ใครจะคิด ใครจะประดิษฐ์ หรือใครจะชงวันนี้ขึ้นมา แต่ก็อยากพูดดังๆ ว่า แค่ชื่อก็อัปมงคลหู ไม่เกิดความดีงามอะไร เพราะเป็นการบ่มเพาะความโกรธเกลียดให้มนุษยชาติ
เป็นการบ่งบอกเจตนาของผู้คิดวันนี้ขึ้นมาได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม วันแห่งความโกรธแค้นนี้ ผมพยายามมองในแง่ดี และคิดว่าคนเราทุกคนควรจะฉวยโอกาสกับวันนี้เอาไว้ด้วยการกลับมาดูตัวเอง!!
สำรวจพฤติกรรมและจิตใจของตัวเองที่ผ่านๆ มา มีพฤติกรรมและจิตใจดีงาม ถูกต้อง เหมาะสมไหม ถ้าไม่ดี ไม่งาม ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม จะได้แก้ไขปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้ดี
ตั้งสติกันใหม่ให้มั่นคง อย่าหลงทาง!
ทุกคนจะต้องไม่มีวันแห่งความโกรธแค้นในใจของตนสักวันเดียว ต้องมีสติสำรวจตรวจตราตัวเองอยู่ทุกขณะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนถึงเข้านอน
และถ้ามันเผลอจะโกรธใครขึ้นมาให้ได้ ก็จะต้องหาทางระงับให้ได้เช่นกัน
ซึ่งต้องดับให้ได้ในขณะนั้นทันที อย่าปล่อยให้มันกลายร่างเป็นสนิมเกรอะกรังมาคอยกัดกินใจของตนได้เป็นอันขาด
เพราะถ้าดับไม่ได้ ก็เป็นเครื่องมือให้คนได้ทำกรรมชั่วหยาบต่างๆ นานา เช่น ลูกโกรธแม่ที่ไม่ให้เงินซื้อเหล้าก็ฆ่าแม่ทิ้ง เจ้าอาวาสตำหนิพระลูกวัดที่ไม่ลงทำวัตรสวดก็ถูกพระถูกวัดใช้ปืนบุกขึ้นไปยิงในกุฏิโทษฐานทำให้เสียหน้าในหมู่พระ เป็นต้น
มีตัวอย่างความสูญเสียอันเนื่องมาจากความโกรธแค้นมากมายในสังคมไทย หรือแม้แต่สังคมไหนๆ ความโกรธได้สร้างความหายนะและบอบช้ำต่อมนุษยชาติอย่างมาก
เพราะถ้าเห็นว่าตัวเองเป็นคนมักโกรธ ก็ต้องพยายามควบคุมจิตใจของตนไม่ให้โกรธในเวลาที่คนอื่นมาทำให้ไม่พอใจให้ได้
ความโกรธ ความเกลียด ทำให้ทุกข์จิตกังวลใจจริง นอนไม่ค่อยหลับ ถึงหลับก็ไม่สุข สภาพร่างกายก็ย่ำแย่ ผิวหยาบก้าน ใบหน้าไม่สดชื่นแจ่มใส
ที่ร้ายกว่านั้น ความโกรธแค้นเป็นตัวการที่นำความหายนะมาให้ทุกเมื่อ ตราบใดที่คนเราไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความโกรธนั้นไว้ได้
เอา (วันแห่ง) ความโกรธแค้นนั้นมาเป็น (วันแห่ง) ความรักและความปรองดอง จะดีกว่า







