
ดีเอสไอมอบหลักฐานสู้คดีบุกรุกที่ดินให้ชาวบ้านสามร้อยยอด
ดีเอสไอ มอบหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศให้ชาวบ้านสามร้อยยอดร้องศาลปกครอง หลัง พบออกโฉนดมิชอบ
ดีเอสไอ มอบหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศให้ชาวบ้านสามร้อยยอดร้องศาลปกครอง หลัง พบออกโฉนดมิชอบ
เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม และพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงผลสรุปการตรวจสอบที่ดินชายหาดสามร้อยยอดและผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมอบให้กับตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ชาวบ้านนำส่งให้ศาลปกครองสูงสุดประกอบการวินิจฉัยต่อไป หลังจากชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวได้ยื่นหนังสือขอให้ศาลปกครองตรวจสอบ เนื่องจากมีผู้ปลูกสร้างบ้านเรือนบนชายหาด
พ.ต.ท.ไพสิฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชาวบ้าน ม.4 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด ซึ่งมีอาชีพประมงพื้นบ้าน ได้เคยเข้ามาร้องขอให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิบนพื้นที่ชายหาดทรายทะเล บริเวณเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อนุญาตให้มีการสร้างบ้านพักตากอากาศบนพื้นที่ดังกล่าว จึงทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นไม่พอใจและคัดค้านการก่อสร้าง โดยเชื่อว่ามีการรุกล้ำแนวเขตของกรมเจ้าท่า เนื่องจากมีหลักเขตของกรมเจ้าท่าปักอยู่ในพื้นที่ที่มีการออกโฉนด
พ.ต.ท.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า โดยมีการก่อสร้างถนนลูกรังเลียบชายทะเลหาดสามร้อยยอดเป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ทำให้ที่ดินบริเวณดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือบริเวณด้านหน้าถนนเป็นหาดทรายชายทะเล และด้านหลังถนนเป็นที่พักอาศัยของประชาชน แต่กลับมีการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่พิพาทบริเวณด้านหน้าถนน ซึ่งเป็นหาดทรายชายทะเล และเป็นที่สาธารณะดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน แต่ศาลยกฟ้อง เนื่องจากคู่กรณีชี้แจงว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินตาม ส.ค.1 ซึ่งชาวบ้านไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงขออุทธรณ์ไปยังศาลปกครองสูงสุด และขอให้หน่วยงานในพื้นที่เข้ามาแก้ไขปัญหา
พ.ต.ท.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า ผลการตรวจสอบของดีเอสไอ จากการอ่านแปลวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศพบว่า ในปี 2513 ที่ดินบริเวณที่พิพาทเป็นทะเล ไม่มีแผ่นดิน จึงไม่ใช่ที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินตาม ส.ค.1 (2497) ประกอบกับในปี 2505 ได้มีการนำ ส.ค.1 ฉบับดังกล่าวไปยื่นคำขอออก น.ส.3 โดยมีการรังวัดที่ดินห่างจากชายทะเลประมาณ 40 เมตร ซึ่งขณะนั้นที่ดินแปลงพิพาทยังมีสภาพเป็นทะเลอยู่ จึงยืนยันได้ว่าที่ดินแปลงพิพาทไม่ใช่ที่ดินตาม ส.ค.1 และ น.ส.3 แต่อย่างใด
ด้าน นายดิเรก เสือเหลือง แกนนำชาวบ้าน กล่าวว่า หลังจากนี้ ตนจะนำเอกสารหลักฐานที่ได้จากการตรวจสอบของดีเอสไอในครั้งนี้ ไปเป็นหลักฐานการต่อสู้ทางคดีในชั้นอุทธรณ์กับศาลปกครองกลางต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่มีเพียงคำให้การซึ่งเป็นเพียงพยานบุคคลเท่านั้น จึงทำให้ศาลยกฟ้อง เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะไม่สามารถลงไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวได้ ทั้งที่พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่สาธารณะที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน







